jump to navigation

รอยเตอร์สโพลล์คาด พณ.สหรัฐเผยจีดีพีไตรมาสแรกติดลบ 5.5% พฤษภาคม 27, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: ,
add a comment

รอยเตอร์สโพลล์คาด พณ.สหรัฐเผยจีดีพีไตรมาสแรกติดลบ 5.5%
       นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์ส คาดว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการขั้นต้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสแรกปี 2009 ในวันศุกร์นี้ (29 พ.ค.) เวลา 19.30 น.ตามเวลาในประเทศไทย โดยคาดว่าจีดีพีสหรัฐฯ จะติดลบ 5.5% ในไตรมาสแรกปี 2009 เทียบกับจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2008 ที่ติดลบ 6.1%

อ่านต่อที่ : รอยเตอร์สโพลล์คาด พณ.สหรัฐเผยจีดีพีไตรมาสแรกติดลบ 5.5%

“มติชน” คว้างรางวัลพาดหัวข่าวการเมืองดีเด่น พฤษภาคม 17, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: , , , ,
add a comment

“มติชน” คว้างรางวัลพาดหัวข่าวการเมืองดีเด่น

"มติชน" คว้างรางวัลพาดหัวข่าวการเมืองดีเด่น

 

“นสพ.มติชน”คว้ารางวัลพาดหัวข่าวดีเด่นประเภทการเมือง จากพาดหัวข่าว พร “ในหลวง” โอนอ่อนหากัน อย่าก่อปัญหา ทำให้ “ไม่สงบ-แตกแยก” ฉบับ 1 มกราคม 2551 เข้ารับโล่เกียรติยศสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2551 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม

อ่านต่อที่ : “มติชน” คว้างรางวัลพาดหัวข่าวการเมืองดีเด่น

เผยผลแล็บผู้ป่วย”เฝ้าระวัง”ที่อยุธยาเป็นไข้หวัดธรรม พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

เผยผลแล็บผู้ป่วย”เฝ้าระวัง”ที่อยุธยาเป็นไข้หวัดธรรม

เผยผลแล็บผู้ป่วยเฝ้าระวังหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่อยุธยาเป็นแค่หวัดธรรมดา ตามฤดูกาล  ขณะที่ “สธ.”คาดพบผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศได้อีก “วิทยา” ฟุ้ง “มาร์กาเร็ต ชาน” อยากคุยด้วย  สนใจ อสม.ไทย “ศิริราช” เจ๋ง ตรวจยืนยันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก่อนส่งต่อ ซีดีซี.ยันซ้ำ เผยศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจลึกถึงสายพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ พร้อมส่งตัวอย่างไปยังธนาคารยีน มะกัน ด้าน “หมอประเสริฐ” ชี้ ต้องมีโรงงานผลิตวัคซีนไว้ใช้เอง ด้าน กต.-สธ.แจงสถานการณ์หวัดใหญ่ 2009 ต่อ ทูต ตปท. ย้ำแนวทางการป้องกัน-ความร่วมมือประเทศภูมิภาค

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ      ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขได้ประเมินทางวิชาการ คาดไทยมีแนวโน้มอาจพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่มาจากต่างประเทศรายใหม่ได้อีก กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้มาตรการแซนด์วิช เพื่อค้นหาผู้ป่วยให้พบอย่างรวดเร็ว ให้การดูแลรักษาและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด โดยคงมาตรการ เฝ้าระวังโรคในกลุ่มที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคนที่ด่านตรวจโรคประจำสนามบิน ด่านพรม แดนต่าง ๆ และการค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านชุมชน และที่โรงพยาบาล คลินิก โรงพยาบาลเอกชน อย่างเข้มแข็ง
 
ทั้งนี้ที่ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณ ภูมิ ได้เพิ่มกำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำการจากวันละ 60 คน เป็นวันละเกือบ 100 คน ตลอด 24 ชั่วโมง และให้มีระบบการเชื่อมโยงส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยในรายที่มีไข้และเดินทางกลับจากต่างประเทศให้พื้นที่ต่าง ๆ ได้ติด ตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เล็ดลอดแม้แต่รายเดียว และให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วออกติดตามผู้ป่วยที่บ้านทันที ส่วนสถานพยาบาล  ต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิกทั่วประเทศ ให้เพิ่มการซักประวัติผู้ป่วยที่มีไข้ ไอ เจ็บคอหรือท้องเสีย อย่างถี่ถ้วนโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งหมด 
 
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่จะเดินทางไปประชุมสมัชชาอนามัยโลก ที่นครเจนีวาในเร็ว ๆ นี้ คงจะมีการรายงานผลการประชุมอาเซียนบวก 3 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพให้ที่ประชุมทราบ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคในประเทศไทย รวมทั้งการ    ตั้งรับกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรค เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่า พญ.มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก อยากพูดคุยกับตน เนื่องจากประเทศไทยมี   ความกระตือรือร้นในการระวังภัย โดยเฉพาะ การจัดประชุมอาเซียนที่ผ่านมา ถือเป็นการส่งสัญญาที่ดีให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนเคยพบกับ พญ.มาร์กาเร็ต ชาน มาแล้วซึ่งได้ให้ความสนใจการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขของไทย (อสม.) ซึ่งต้องยอมรับว่า อสม.ไทยเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
 
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรม  การศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับ มาตรการการรักษา โดยจะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาการดื้อยา โดยในรายที่ผลการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ จะได้รับยา   ต้านไวรัสทุกคน ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจยืนยันจะรู้ผลเร็ว เนื่องจากมีการทำงานเป็นเครือข่ายระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง ซึ่งทุกแห่งเป็นศูนย์ปฏิบัติ การอ้างอิงขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งศูนย์   ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย ทำ    ให้ผลมีความแม่นยำ รู้ผลเร็วภายใน 48 ชั่วโมง
 
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) รายงานเมื่อเช้าวันนี้ (14 พ.ค.) ว่า ไทยถูกจัดอันดับประเทศพบยืนยันติดเชื้ออันดับที่ 33 และมี 8 ประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่ม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน สหราชอาณาจักร จีน โคลอมเบีย กัวเตมาลา ปานามา สำหรับผู้ป่วยชายอายุ 68 ปีที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นข่าวนั้น ล่าสุดได้รับรายงานผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่าผลการตรวจวิเคราะห์แล้วป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดบี ซึ่งเป็นไข้ตามฤดูกาล ไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด
 
ที่โรงพยาบาลศิริราช วันเดียวกัน ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในการแถลงข่าวเรื่อง “ศิริราชตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งแรกในประเทศไทย” โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ. ประเสริฐ ทองเจริญ นายกสมาคมไวรัสวิทยา แห่งประเทศไทยและประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ศ.พญ.รวงผึ้ง สุทเธนทร์   หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา และ ศ.ดร.พิไลพันธ์   พุธวัฒนะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย และอาจารย์      ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา
 
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในฐานะที่เป็นห้องปฏิบัติการคู่ขนานกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจวิเคราะห์เชื้อก่อ    โรคอุบัติใหม่ เช่น เอดส์ ซาร์ส และไข้หวัดนก มากว่า 10 ปี ดังนั้นภายหลังจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจพบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงได้ส่งตัวอย่างเชื้อที่สงสัยมายังศิริราชเพื่อทำการตรวจเพื่อยืนยัน เนื่องจากศิริราชได้มีการศึกษาวิจัยเชื้อไข้หวัดใหญ่และได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงมานานกว่า 30 ปี จากนั้นจึงทำการส่งต่อตัวอย่างเชื้อเพื่อไปเปรียบเทียบที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ หรือ ซีดีซี เพื่อให้เกิดความชัดเจน
 
ส่วน ศ.ดร.พิไลพันธ์ กล่าวว่า เมื่อรับตัวอย่างเชื้อจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางศิริราชได้ทำการตรวจทางอณูชีววิทยาถึง 3 ระดับ คือ ระดับแรกเป็นการตรวจดูว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอหรือไม่ ระดับที่ 2 เป็นการตรวจดูว่าเชื้อหวัดดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ไข้หวัดธรรมดาหรือสายพันธุ์ใหม่ ระดับที่ 3 เป็นการนำมาวิเคราะห์ นิวคลิโอไทด์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่คือหน่วยย่อยของสายพันธุกรรมของเชื้อที่เล็กที่สุด เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอีกหรือไม่ ซึ่งผลพบว่าไม่แตกต่างจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาด อยู่ทั่วโลกขณะนี้ “ขณะนี้ทางศิริราชได้ส่งนิวคลิโอไทด์ไปยังธนาคารกลางเก็บตัวอย่างเชื้อไวรัสที่สหรัฐแล้ว จำนวน 4 ยีน และกำลังทยอยส่งเพิ่ม  เติมอีก 4 ยีน คาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า”
 
ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับเชื้อที่ได้มานี้ทางศิริราชจะนำมาวิจัยต่อยอดทั้งในส่วนของการพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ การพัฒนาวัคซีน และยาต้านไวรัสสำหรับเชื้อตัวนี้ รวมถึงการตรวจสอบการดื้อยา “เท่าที่ทราบองค์การอนามัยโลกอยู่ระหว่างการวิจัยวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยจะใช้เวลา 4-6 เดือนในการคิดค้นพัฒนาจึงจะได้วัคซีนต้นแบบเพื่อนำมาผลิตวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันโรคที่เป็นการถ่ายเทคโนโลยีให้กับเอกชน รวมแล้วใช้เวลากว่า 1 ปี และเมื่อเอกชนผลิตจะสามารถผลิตได้เพียงแค่ 460 ล้านโด๊สเท่านั้น ซึ่งประเทศที่เป็นผู้ผลิตจะกักตุนวัคซีนเพื่อใช้ในประเทศให้เพียงพอก่อนขายให้กับประเทศอื่น ๆ ดังนั้นโอกาสที่ไทยจะซื้อวัคซีนนี้ได้จึงเป็นไปได้ยากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง ดังนั้นจำเป็นที่เราต้องมีโรงงานผลิตวัคซีนไว้ใช้เอง ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของประเทศด้วย”
 
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่าง ประเทศ พร้อมด้วย นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ นายคำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และนายทวี โชติพิทยะสุนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันบรรยายสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ต่อคณะทูตานุทูตที่ ประจำในประเทศไทย โดยมีคณะทูตจาก 32 ประเทศ และตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ 5 องค์กร เข้าร่วมรับฟัง นพ.ศุภมิตร กล่าวว่า ได้สรุปภาพรวมของสถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมกับผลสรุปของการประชุมสมัยพิเศษรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ว่าประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการป้องกันอย่างไร เพื่อรับมือกับปัญหา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเพราะทุกประเทศเข้าใจดีถึงความตั้งใจการทำงานที่มีอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
 
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจาก กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียมว่า นายลอว์ เรตต์ ออนเคลิงค์ รมว.สาธารณสุขเบลเยียมแถลงว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รายแรกของประเทศ และยังเป็นประเทศล่าสุดของโลก ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ซึ่งระบุว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสทั่ว โลกแล้ว 6,497 ราย และเสียชีวิต 65 ศพ ใน 33 ประเทศทั่วโลก ซึ่งยังไม่นับเบลเยียม โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นชายวัย 28 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองเกนต์ และเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงบรัส เซลส์หลังมีอาการป่วยและตรวจพบการติดเชื้อ
 
ส่วนที่ประเทศจีน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกรุงปักกิ่งและมณฑลชานตง ได้เร่งติดตามหาตัวผู้โดยสารร่วมมาบนเครื่องบินและรถไฟขบวนเดียวกันกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นนักศึกษาชายชาวจีนวัย 19 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศแคนาดา ด้วยเครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์แคนาดาถึงกรุงปักกิ่ง และรถไฟจากกรุงปักกิ่งไปยังเมืองจี่หนานมณฑลชานตง ซึ่งมีผู้โดยสารประมาณ 20 คนที่ทางการจีนต้องการพบตัวเพื่อนำมาตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ นับเป็นมาตรการคุมเข้มเพื่อป้อง กันการแพร่ระบาด หลังจากที่จีนโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าดำเนินการล่าช้าในการป้องกันโรคซาร์สเมื่อ 6 ปีก่อน.

อ่านต่อที่ : เผยผลแล็บผู้ป่วย”เฝ้าระวัง”ที่อยุธยาเป็นไข้หวัดธรรม

ไทยดิ่งแรงสุดเอเชีย พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in หุ้น.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

ไทยดิ่งแรงสุดเอเชีย

วานนี้ นักลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกตายเป็นเบื่อ หลังดัชนีดาวโจนส์ทรุดแรง 184 จุด หรือ 2.18% เพราะนักลงทุนออกอาการผิดหวังเรื่องเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแล้ว เนื่องจากยอดค้าปลีกของสหรัฐและตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือนเม.ย.ลดลงฮวบฮาบ และแย่กว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้ที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกได้ทะยานขึ้นอย่างแรงและรวดเร็ว เมื่อมีข่าวร้ายออกมานักลงทุนก็พร้อมใจกันเทขายทำให้ตลาดถึงเวลาปรับฐาน <img alt=”" hspace=3 src=”http://www.posttoday.com/medias/20090515/15618.jpg” align=right vspace=3 border=1>

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นหลังเพื่อนบ้าน แต่โดยรวมแล้วก็พุ่งขึ้นถึง 28% จึงจูงใจให้นักลงทุนกระหน่ำขายออกรุนแรง และวานนี้ MSCI ได้ประกาศลดน้ำหนักลงทุนตลาดหุ้นไทยลงเหลือ 1.8% จาก 2% ทำให้ดัชนีบ้านเราร่วงมากที่สุดถึง 26.16 จุด หรือ 4.73% มาปิดที่จุดต่ำสุดของวัน ที่ 526.55 จุด เพราะนักลงทุนต่างชาติและสถาบันรุมกันกระหน่ำขาย 2,145 ล้านบาท และ 1,056 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับแรงขายที่พุ่งเป้าไปที่หุ้นในตระกูลปตท. (PTT) มีผลให้ราคาหุ้นทรุดเฉลี่ยกว่า 6% และฉุดให้ดัชนีโดยรวมร่วงกว่า 12.48 จุด

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ กล่าวว่า หากมีปัจจัยลบเข้ามาตลาดก็พร้อมที่จะปรับฐานลงอย่างรุนแรงทันที เพราะดัชนีที่ปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงภาวะชั่วคราวเท่านั้น และคาดว่าในช่วงไตรมาส 3 หุ้นก็จะลงแรงกว่านี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหุ้นขึ้นจากสภาพคล่องที่ไหลออกจากตลาดเงิน เมื่อดอกเบี้ยลงเหลือ 0-0.25% ผสมกับความเชื่อว่าเศรษฐกิจถึงจุดต่ำสุด จึงทำให้เงินไหลกลับเข้าตลาดหุ้นและลงทุนในลักษณะของการเทรดดิง หรือมีกำไร 10-20% ก็พร้อมจะขายทันที ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจยังไม่ดี เห็นได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทุกประเทศยังโตติดลบ แต่คิดว่าไตรมาส 4 จะดีขึ้น

หุ้นไทยที่พุ่งขึ้น 30-40% จากจุดต่ำสุดก็มีสิทธิที่จะลงแรงและมีโอกาสที่จะหลุดลงต่ำกว่า 500 จุด และอาจเห็นแถว 400 จุดต้นๆ ได้เช่นกัน” นายไพบูลย์ กล่าว

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หุ้นที่ลงแรงวานนี้ถือว่าเป็นการปรับฐาน หลังจากขึ้นติดต่อกันมานานแล้ว แต่นักลงทุนควรจะพิจารณาแนวโน้มในระยะต่อไปมากกว่า

นอกจากนี้ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 22.8% ถือว่าเร็วและดีกว่าหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 16.7% ฟิลิปปินส์ บวก 21.9% แต่อินโดนีเซีย ขึ้นมากกว่าถึง 36%

นางภัทรียา กล่าวว่า ผลของการตกต่ำของตลาดหุ้นทั่วโลกทำให้ตลท.ปรับเป้าหมายการเติบโตของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) จากเดิมภายในปี 2556 จะอยู่ที่ 12 ล้านล้านบาท เป็นลดลงเหลือเติบโตเท่ากับจีดีพีของประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 7.5-8 ล้านล้านบาท

ที่ทบทวนเพราะวิกฤตครั้งนี้ ทำให้มาร์เก็ตแคปลดลงจาก 6 ล้านล้านบาท เหลือ 4.3 ล้านล้านบาท ในปัจจุบัน” นางภัทรียา กล่าว

ทั้งนี้ MSCI ลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยเพราะถอดหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ออกจากการคำนวณ

อ่านต่อที่ : ไทยดิ่งแรงสุดเอเชีย

เอกชนขอร่วมวงปลุกท่องเที่ยว พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

เอกชนขอร่วมวงปลุกท่องเที่ยว

นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ในฐานะโฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย หรือ เฟตต้า เปิดเผยว่า ที่ประชุมสมาชิกเฟตต้า ซึ่งประกอบด้วยสมาคมท่องเที่ยว 8 สมาคม มีมติร่วมกันว่า จะขอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แจกแจงวิธีการใช้งบประมาณฉุกเฉินสำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ได้รับมา รวมทั้งอธิบายหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการต่าง ๆ และควรให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมกับการจัดทำ  โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ เพื่อให้กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศได้จริง ตอบสนองความต้องการของภาคเอกชนที่อยากให้ภาครัฐแก้ปัญหาวิกฤติภาคท่องเที่ยวได้ตรงจุด โดยจะทำหนังสือเกี่ยวกับมติที่ประชุมเฟตต้า ส่งไปให้นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการ ททท. รับทราบภายในสัปดาห์หน้า
 
ทั้งนี้สมาชิกเฟตต้ามองว่า การใช้งบประมาณจัดทำโครงการต่าง ๆ กระตุ้นการท่องเที่ยว ของ ททท. ช่วงที่ผ่านมา ไม่เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากนัก โดยเฉพาะการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 5 ภาค @ พัทยา ครั้งที่ผ่านมา เน้นไปที่การจัดการแสดงวัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งการขายผลิตภัณฑ์ของแต่ละท้องถิ่นมากเกินไป ทำให้ส่วนงานขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไม่ได้รับความสนใจนัก ดังนั้นจึงต้องการให้ททท. ทบทวนการจัดงานเทศ กาลเที่ยวเมืองไทย 5 ภาค ในอีก 4 ภาคที่เหลือ โดยควรให้ภาคเอกชนเข้าไปร่วมแสดงความเห็น เสนอแนวทางการจัดงานให้น่าสนใจมากขึ้น
 
นอกจากนี้เฟตต้า ยังต้องการให้ภาครัฐและเอกชน ทำความเข้าใจร่วมกัน เกี่ยวกับ คำจำกัดความของคำว่า “วาระแห่งชาติ” ใหม่ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาแนวทางการผลักดันให้เรื่องการท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ ที่ภาครัฐและเอกชนมองต่างกัน
 
สำหรับสมาคมท่องเที่ยว 8 แห่ง ที่เป็นสมาชิก เฟตต้า ได้แก่ ทีทีเอเอ, สมาคมไทย ธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า), สมาคมโรงแรมไทย, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.), สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย, สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่ง, สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น.

อ่านต่อที่ : เอกชนขอร่วมวงปลุกท่องเที่ยว

แนะใช้เงินน้ำมัน ทำสาธารณูปโภค พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in อื่นๆ.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

แนะใช้เงินน้ำมัน ทำสาธารณูปโภค

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลปรับขึ้นภาษีบาปเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชนน้อย แต่การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันทำให้ประชาชนทั้งหมดได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ เห็นว่าในการปรับเพิ่มภาษีน้ำมันควรมีการกำหนดทิศทางการใช้เงิน และระยะเวลาที่ชัดเจน และแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบว่ารายได้ที่เกิดขึ้น ทั้งหมดจะนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนไหน รวมทั้งเสนอ ให้มีการนำรายได้จากภาษีน้ำมันส่วนหนึ่งไปจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของประเทศ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยใช้น้ำมัน เกือบจะมากที่สุดในเอเชีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของจีดีพี

ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งรัดเรื่องการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าเนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมายังไม่สามารถลงทุนได้ เพราะถ้าเริ่มทำตั้งแต่วันนี้เชื่อว่าอีก 3 ปี ข้างหน้าประชาชนจะได้ใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งมีผลต่อการลดใช้น้ำมันประเทศได้ระดับหนึ่งด้วย

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2552 คาดว่ารัฐบาลต้องเร่งหามาตรการรองรับกับปัญหาการว่างงานของประชาชนไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน

อ่านต่อที่ : แนะใช้เงินน้ำมัน ทำสาธารณูปโภค

นักเที่ยวญี่ปุ่นขยาดไทยยอดวูบ90% พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in อื่นๆ.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

นักเที่ยวญี่ปุ่นขยาดไทยยอดวูบ90%

นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว ไทย-ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดญี่ปุ่นระหว่างเดือนม.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา ลดลง 80-90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะปัญหาการเมืองที่ทำให้คนญี่ปุ่นยกเลิกการเดินทางจำนวนมาก เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย

ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทยจะเริ่มสงบ แต่นักท่องเที่ยวตลาดญี่ปุ่นยังไม่มีแนวโน้มจะเดินทางกลับมา เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ยกเลิกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้ชะลอการเดินทางมาไทย ประกอบกับการเมืองของไทยยังเคลื่อนไหวชุมนุมต่อเนื่อง จึงเชื่อในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ตลาดญี่ปุ่นจะยังไม่ฟื้นตัว

ล่าสุด นักท่องเที่ยวกรุ๊ปใหญ่ ที่จะเดินทางมาช่วงไตรมาส 3 ได้ยกเลิกการเดินทางมาไทยแล้ว

สำหรับแผนการกระตุ้นท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เตรียมโรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น มองว่าควรชะลอการใช้งบไปก่อน เพราะประเทศไทยยังไม่มีความสงบอย่างแท้จริง ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ แต่ควรเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้สถานการณ์ที่แท้จริงของไทย และต้องเร่งยุติการชุมนุมประท้วงโดยเร็ว

“หากปัจจัยลบต่างๆ หมดไป จะทำให้นักท่องเที่ยวตลาดนี้เดินทางมาประเทศไทยได้เกือบ 1 ล้านคน จากเป้าที่ททท.ตั้งไว้ 1.3 ล้านคน ที่สำคัญทัวร์ไม่จำเป็นต้องเล่นเรื่องราคาถูก เพราะจะยิ่งตอกย้ำว่าไทยไม่ปลอดภัย” นายเอนก กล่าว

ด้าน น.ส.เพ็ญสุดา ไพรอร่าม รักษาการผู้ว่าการททท. กล่าวว่า การเข้าร่วมงานเทศกาลไทย ครั้งที่ 10 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 16-17 มิ.ย.นี้ ททท.ได้นำสินค้าทางการท่องเที่ยวเส้นทางภาคอีสานไปเสนอชาวญี่ปุ่น เพื่อตอกย้ำโครงการอะเมซิงอีสาน รวมทั้งนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวภาคอื่นๆ ด้วย คาดว่างานนี้จะมีคนญี่ปุ่นร่วมงานกว่า 1 แสนคน

อ่านต่อที่ : นักเที่ยวญี่ปุ่นขยาดไทยยอดวูบ90%

79กีฬาเยาวชนไปยํ่าแดนลอดช่อง ในกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์บอลไทยเดินทางชุดแรก พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

79กีฬาเยาวชนไปยํ่าแดนลอดช่อง ในกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์บอลไทยเดินทางชุดแรก

“บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิม ปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกตัวนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน ยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ห้องประชุมบ้านอัมพวัน เมื่อ 14 พ.ค. โดยมีผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาทั้ง 10 ชนิด ที่จะส่งเข้าร่วมการแข่งขันที่ประเทศสิงคโปร์ จะเป็นเจ้าภาพระหว่าง 29 มิ.ย.-7 ก.ค.52 ชิงชัยรวม 90 เหรียญทอง
  
พล.ต.จารึก แจ้งว่า ประเทศไทยจะส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ดังนี้ ว่ายน้ำ 12 คน (ชาย 6 คน, หญิง 6 คน), กรีฑา 12 คน (ชาย 6 คน, หญิง 6 คน), บาสเกตบอล 8 คน (ชาย 4 คน, หญิง 4 คน), วอลเลย์บอลชายหาด 4 คน (ชาย 2 คน, หญิง 2 คน), โบว์ลิ่ง 8 คน (ชาย 4 คน, หญิง 4 คน), ฟุตบอล 18 คน (ชาย 18 คน), เรือใบ 2 คน (ชาย 1 คน, หญิง 1 คน), วินด์เซิร์ฟ 2 คน (ชาย 1 คน, หญิง 1 คน), ยิงปืน 8 คน (ชาย 4 คน, หญิง 4 คน), เทเบิลเทนนิส 4 คน (ชาย 2 คน, หญิง 2 คน) และกระโดดน้ำ 1 คน (ชาย 1 คน) รวมนักกีฬา 79 คน, เจ้าหน้าที่ 28 คน, หัวหน้านักกีฬา (นายธนา ไชยประสิทธิ์) 1 คน, รองหัวหน้านักกีฬา (รศ.ดร.สุพิตร สมาหิโต) 1 คน, อาตาเช่ 1 คน, แพทย์และกายภาพบำบัด 5 คน, เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง 4 คน และผู้ตัดสิน 1 คน รวมทั้งสิ้น 120 คน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 35 ล้านบาท
    
นายธนา ไชยประสิทธิ์ แจ้งว่า มีนักฟุตบอล 1 คน ได้แก่ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ คุณสมบัติไม่ผ่านเนื่องจากอายุไม่ถึง โดยเกิดวันที่ 23 มิ.ย. 2539 แต่ระเบียบการแข่งขันนักเตะจะต้องเกิดระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. พ.ศ. 2538 ทำให้นักเตะหมดสิทธิร่วมทีมทันที ซึ่งผู้แทนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แจ้งว่า นักเตะในทีมมีทั้งหมด 29 คน และจะตัดครั้งสุดท้ายวันที่ 5 มิ.ย. ให้เหลือ 18 คน โดยทีมฟุตบอลไทย จะเป็นทีมแรกที่เดินทางไปสิงคโปร์ วันที่ 15 มิ.ย. เนื่องจากมีโปรแกรมการแข่งขันคัดเลือกวันที่ 17 มิ.ย. โดยจะจับสลากแบ่งสายวันที่ 22 พ.ค.นี้ พร้อมกับบาสเกตบอล ขณะที่ ผู้แทนสมาคมวินด์เซิร์ฟฯ แจ้งว่า กำลังพิจารณาเปลี่ยนตัวนักกีฬาชาย จาก นคเรศ วันทนะ เป็น กิตพัฒน์ชัย พันทวี โดยจะแจ้งต่อคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เพื่อยื่นเรื่องไปยังสิงคโปร์ต่อไป
   
พล.ต.จารึก กล่าวอีกว่า คณะกรรมการคัดเลือกตัวจะพิจารณาเรื่องแผนงบประมาณ ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ พร้อมทั้งประเมินความหวังของนักกีฬาไทยว่าจะประสบความสำเร็จระดับใด เพื่อเป็นมาตรฐานในการส่งนักกีฬาไปแข่งขันครั้งต่อไป แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะต้องมีเหรียญทองกลับมาแน่นอน.

อ่านต่อที่ : 79กีฬาเยาวชนไปยํ่าแดนลอดช่อง ในกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์บอลไทยเดินทางชุดแรก

“บิ๊กจา”รับปากล้อบบี้ให้”ลาว”จัดสนุ้ก6แดง พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

“บิ๊กจา”รับปากล้อบบี้ให้”ลาว”จัดสนุ้ก6แดง

“บิ๊กจา” รับปากจะช่วยล็อบบี้ “ลาว” ผลักดัน “สนุกเกอร์ 6 แดง” ชิงเหรียญทอง ใน “นครเวียงจันทน์เกมส์” ให้ได้ ชี้ หาก    “สหพันธ์สอยคิวเอเชีย” ไม่รับรอง ก็จัดแข่งขันไม่ได้ ถ้ายังดื้อดึงถือเป็นความผิด ด้าน “บิ๊กสิน” ยืนยันม่อยากให้เหตุการณ์บานปลาย หวั่นกระทบความสัมพันธ์สองชาติ
  
“บิ๊กสิน” นายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย “คิวทอง” นายศักดิ์ รัตนสุบรรณ อุปนายกสมาคมฯ ได้เข้าพบ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ที่บ้านอัมพวัน เมื่อ 14 พ.ค. เพื่อหารือถึงปัญหาการที่ประเทศลาว เจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ระหว่าง 9-18 ธ.ค.52 จะไม่บรรจุการแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดง เข้าชิงเหรียญทอง
  
ภายหลังการหารือร่วมกันกว่า 1 ชม. พล.ต.จารึก ได้เปิดเผยว่า เพิ่งทราบเรื่องเนื่องจากไม่ได้เป็นมนตรีซีเกมส์และเข้าประชุมด้วย จึงไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชาติที่เกี่ยวข้องกับซีเกมส์ และถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นเกรงว่าจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ส่งผลไม่เฉพาะต่อด้านกีฬาเท่านั้น ดังนั้นจะช่วยทุกวิถีทางให้ดีที่สุด เพื่อคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้
   
ทางด้าน นายสินธุ กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังลาวอีกครั้งว่าสหพันธ์สนุกเกอร์แห่งเอเชีย จะไม่รับรองคู่มือการแข่งขัน (เทคนิคเคิ้ลแฮนด์บุ๊ค) สำหรับปัญหานี้คงแก้ไม่ได้ในระดับมนตรีซีเกมส์แล้ว ตนจึงขอให้ พล.ต.จารึก ช่วยหารือกับ ดร.พูทอง แสงอาคม รัฐมนตรีกีฬาของลาว ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ให้บรรจุสนุกเกอร์ 6 แดงเข้าแข่ง เพราะรู้สึกลำบากใจ เนื่องจากมี 2 บทบาท ทั้งประธานสหพันธ์เอเชียและเป็นคนไทย ซึ่งเป็นชาติเพื่อนบ้านกับลาว จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่สหพันธ์ฯ ไม่รับรองการแข่งขันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยหลังจากนี้ พล.ต. จารึก จะเดินทางไปลาวช่วงสุดสัปดาห์นี้น่าจะทราบคำตอบว่าเป็นอย่างไร แต่ “บิ๊กจา” ก็บอกกับตนไว้แล้วว่าถ้าสหพันธ์สนุกเกอร์แห่งเอเชีย ไม่รับรองก็จัดแข่งไม่ได้ หรือถ้าลาวยังฝืนจัดชาติที่เข้าแข่งก็มีความผิด ต้องมีบทลงโทษตามมา.

อ่านต่อที่ : “บิ๊กจา”รับปากล้อบบี้ให้”ลาว”จัดสนุ้ก6แดง

จัดกระบวนทัพรับขั้วอำนาจใหม่ พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

จัดกระบวนทัพรับขั้วอำนาจใหม่

และหากเศรษฐกิจสหรัฐแก้ไม่ได้ ประเทศไทยก็ลำบาก เพราะมีปัญหาการเมืองซ้อนเข้ามา และรัฐบาลก็ไม่มีงบประมาณจะมาใช้จ่ายให้เกิดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

“มากไปกว่านั้นไทยยังมีปัญหาการเมืองซึ่งมีตัวแปรมาก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่รู้จะจบเมื่อไร แถมมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ความขัดแย้งทางสังคมที่มีรอยร้าวลึก และความขัดแย้งทางอุดมการณ์ด้วย” นายลิขิต กล่าว

ดังนั้น ทางออกที่ควรเป็น คือ การแปรรูปเศรษฐกิจใหม่ให้เกาะไปกับ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกใหม่ อย่าง จีน อินเดีย รัสเชีย และญี่ปุ่น ที่จะผงาดมาแข่งกับสหรัฐได้อย่างไร

ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวสอดรับการจัดระเบียบโลกใหม่ด้วย ต่อไปอาจจะไม่วัดมูลค่าจากเงินเหรียญสหรัฐเพียงอย่างเดียว เพราะจีนเริ่มปรับตัวให้เงินหยวนมีส่วนในอัตราแลกเปลี่ยนบ้างแล้ว

“ประเด็นคือว่า ถ้ากลุ่มประเทศเหล่านี้ขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่ไทยจะปรับตัวอย่างไร” นายลิขิต กล่าว

อ่านต่อที่ : จัดกระบวนทัพรับขั้วอำนาจใหม่