วธ.แจงเหตุประกาศใช้กม.ลูกพรบ.ภาพยนตร์ไม่ทัน2มิ.ย. พฤษภาคม 27, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กระทรวง, กระทรวงวัฒนธรรม
add a comment
วธ.แจงเหตุประกาศใช้กม.ลูกพรบ.ภาพยนตร์ไม่ทัน2มิ.ย.
วธ.แจงเหตุประกาศใช้กม.ลูกพรบ.ภาพยนตร์ไม่ทัน2มิ.ย.
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงความล่าช้าในการร่างกฎกระทรวงประกอบพ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจะต้องร่างกฎกระทรวงจำนวน 5 ฉบับให้เสร็จภายในเวลา 1 ปี แต่ปรากฏว่าขณะนี้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังไม่เสร็จตามกำหนดเวลา ที่แต่เดิมจะต้องประกาศใช้ภายในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาและปรับแก้ข้อความ ในเบื้องต้นทราบว่ากฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว 4 ฉบับ ได้แก่
1.ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการภาพยนตร์ 3. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือ จำหน่ายภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ 4.ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และขออนุญาตประกอบกิจการร้านวีดีทัศน์ ส่วนร่างกฎกระทรวงอีก 1 ฉบับ คือ ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ประเภทภาพยนตร์ ยังต้องมีข้อความบางส่วนที่ต้องปรับแก้ให้ชัดเจน
อ่านต่อที่ : วธ.แจงเหตุประกาศใช้กม.ลูกพรบ.ภาพยนตร์ไม่ทัน2มิ.ย.
16:53 น. วธ.ประกาศใช้ กม.ลูกพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯไม่ทัน2มิ.ย.นี้ พฤษภาคม 27, 2009
Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.Tags: กระทรวง, กระทรวงวัฒนธรรม
add a comment
16:53 น. วธ.ประกาศใช้ กม.ลูกพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯไม่ทัน2มิ.ย.นี้
26 พค. 2552 16:53 น.
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้รายงานความคืบหน้าการร่างกฏกระทรวงประกอบพ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ต่อที่ประชุม ครม. เนื่องจากพ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้ วธ. ต้องร่างกฎกระทรวงประกอบ พ.ร.บ. ภาพยนตร์ฯ จำนวน 5 ฉบับให้เสร็จภายใน 1 ปี แต่ปรากฏว่าร่างกฎกระทรวงไม่เสร็จตามกำหนดเวลาและประกาศใช้ไม่ทันภายในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ ดังนั้นตนจึงต้องรายงานและชี้แจงเหตุถึงความล่าช้าให้ที่ประชุม ครม. รับทราบ
สาเหตุที่ไม่สามารถประกาศใช้ทันในวันที่ 2 มิถุนายน เนื่องจากอยู่ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาและปรับแก้ข้อความ ในเบื้องต้นทราบว่ากฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการภาพยนตร์ 3. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือ จำหน่ายภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ 4.ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และขออนุญาตประกอบกิจการร้านวีดีทัศน์ ส่วนร่างกฎกระทรวงอีก 1 ฉบับ คือร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ประเภทภาพยนตร์ ยังต้องมีข้อความบ้างส่วนที่ต้องปรับแก้ให้ชัดเจน
“เชื่อว่าการประกาศใช้กฏกระทรวงไม่ทันวันที่ 2 มิถุนายนนี้ จะไม่กระทบต่อการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เพราะสามารถใช้อำนาจตามบทเฉพาะกาลในการใช้กฎหมายเก่า ประกอบด้วย พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ. 2473 พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 จนกว่ากฎกระทรวงจะประกาศใช้ อย่างไรก็ตามจะเร่งผลักดันกฎกระทรวงทั้ง 5 ฉบับให้ประกาศใช้ภายในเดือนมิถุนายนนี้” นายธีระ กล่าว
อ่านต่อที่ : 16:53 น. วธ.ประกาศใช้ กม.ลูกพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯไม่ทัน2มิ.ย.นี้
เจอโรคเลื่อน! วธ.แจงเหตุ 7 เรตติ้งประกาศช้า ชี้กฤษฎีการับคำให้เหมาะสม พฤษภาคม 27, 2009
Posted by 1000thainews in คุณภาพชีวิต.Tags: กระทรวง, กระทรวงวัฒนธรรม
add a comment
เจอโรคเลื่อน! วธ.แจงเหตุ 7 เรตติ้งประกาศช้า ชี้กฤษฎีการับคำให้เหมาะสม
นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม
7 เรตติ้งเจอโรคเลื่อน วธ. แจง กม.ลูก พ.ร.บ.ภาพยนตร์ประกาศไม่ทันใช้ 2 มิ.ย. นี้ เหตุเพราะกฤษฎีกาปรับบางถ้อยคำ เชื่อไม่กระทบจัดเรตติ้งหนัง ระบุใช้บทเฉพาะกาลเดิมไปก่อนได้ “ธีระ” เร่งดันให้ทันในเดือน มิ.ย.
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตนได้รายงานความคืบหน้าการร่างกฎกระทรวงประกอบพ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ต่อที่ประชุม ครม. เนื่องจากพ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้ วธ. ต้องร่างกฎกระทรวงประกอบ พ.ร.บ. ภาพยนตร์ฯ จำนวน 5 ฉบับให้เสร็จภายใน 1 ปี แต่ปรากฏว่าร่างกฎกระทรวงไม่เสร็จตามกำหนดเวลาและประกาศใช้ไม่ทันภายในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ ดังนั้นตนจึงต้องรายงานและชี้แจงเหตุถึงความล่าช้าให้ที่ประชุม ครม. รับทราบ
นายธีระ กล่าวว่า วธ.ไม่ได้ล่าช้าในการร่างกฎกระทรวงได้พยายามผลักดันมาตลอด สาเหตุที่ไม่สามารถประกาศใช้ทันในวันที่ 2 มิถุนายน เนื่องจากอยู่ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาและปรับแก้ข้อความ ในเบื้องต้นทราบว่ากฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับประกอบกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการภาพยนตร์ 3. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือ จำหน่ายภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ 4.ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และขออนุญาตประกอบกิจการร้านวีดีทัศน์ ส่วนร่างกฎกระทรวงอีก 1 ฉบับ คือร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ประเภทภาพยนตร์ ยังต้องมีข้อความบ้างส่วนที่ต้องปรับแก้ให้ชัดเจน
“เชื่อว่าการประกาศใช้กฎกระทรวงไม่ทันวันที่ 2 มิถุนายนนี้ จะไม่กระทบต่อการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เพราะสามารถใช้อำนาจตามบทเฉพาะกาลในการใช้กฎหมายเก่า ประกอบด้วย พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ. 2473 พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 จนกว่ากฎกระทรวงจะประกาศใช้ อย่างไรก็ตามจะเร่งผลักดันกฎกระทรวงทั้ง 5 ฉบับให้ประกาศใช้ภายในเดือนมิถุนายนนี้” นายธีระ กล่าว
อ่านต่อที่ : เจอโรคเลื่อน! วธ.แจงเหตุ 7 เรตติ้งประกาศช้า ชี้กฤษฎีการับคำให้เหมาะสม
08:34 น. ดาวโจนส์ปิดบวก 46.43 จุด ที่ 8,331.32 จุด พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.Tags: 000, กระทรวง, กระทรวงแรงงาน, ซอฟท์แวร์, ซื้อหุ้น, ดาวโจนส์, ตลาด, ตัวเลข, ต้นทุน, ธนาคาร, ว่างงาน, เทคโนโลยี, เปิด, เศรษฐกิจ, ไตรมาส
add a comment
08:34 น. ดาวโจนส์ปิดบวก 46.43 จุด ที่ 8,331.32 จุด
15 พค. 2552 08:34 น.
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดบวก 46.43 จุด อยู่ที่ 8,331.32 จุด, ดัชนี S&P 500 บวก 9.15 จุด หรือ 1.04% อยู่ที่ 893.07 จุด และดัชนีแนสแดก บวก 25.02 จุด หรือ 1.50% อยู่ที่ 1,689.21 จุด โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างคึกคัก หลังจากบริษัท ซีเอ อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ เปิดเผยตัวเลขกำไรเพิ่มขึ้นในไตรมาสสี่ ซึ่งเป็นผลมาจากการลดต้นทุน
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงซื้อส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่แรงบวกในตลาดถูกสกัดลง หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ พุ่งขึ้น 32,000 ราย แตะระดับ 637,000 ราย จากรอบสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 605,000 ราย สะท้อนว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
อ่านต่อที่ : 08:34 น. ดาวโจนส์ปิดบวก 46.43 จุด ที่ 8,331.32 จุด
เล็งเข็นวายุภักษ์2กลางปี53 พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กระทรวง, กระทรวงการคลัง, การ, การกู้เงิน, การลงทุน, กู้ 4 แสนล้าน, กู้เงิน, ทุน, ผู้จัดการ, ลงทุน, เงิน, เงินกู้, เศรษฐกิจ, โครงการ, โอกาส
add a comment
นายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกของปี 53 คาดว่าจะได้เห็นการออกกองทุนวายุภักษ์ 2 เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างรอกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติ อีกทั้งขึ้นกับเงื่อนไขด้านกฎหมาย ซึ่งจะต้องออก พ.ร.ก. กรอบการกู้เงิน รวมไปถึงมาตรการภาษีต่าง ๆ ที่จะตามมา โดยเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นด้วยความโปร่งใสและรอบคอบ
“ที่ผ่านมาได้มีโอกาสได้หารือกับกระทรวงการคลัง เรื่องกองทุนวายุภักษ์ 2 ขณะนี้เรามีความพร้อมด้านเทคนิคแล้ว แต่ต้องดูว่าโครงการใดมีความเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด สำหรับผลตอบแทนของกองทุนนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนที่เราไประดมทุน หากมีการคุ้มครองเงินต้นเหมือนวายุภักษ์ 1 จะทำให้ฐานระดมทุนใหญ่ขึ้น แต่หากไม่มีการค้ำประกันจะทำให้ฐานเงินทุนอาจไม่มากนัก ส่วนผลตอบแทนของกองทุนขึ้นอยู่กับแผนการระดมทุนของรัฐว่าจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ บริษัทเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลอนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพราะปัจจุบันที่ทำให้ไทยพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ ต้องกระตุ้นด้วยการลงทุน”.
อ่านต่อที่ : เล็งเข็นวายุภักษ์2กลางปี53
“ชวรัตน์”ยันศึกเกาเหลา”มาร์ค-พรทิวา” ไม่กระทบ รบ. พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กระทรวง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงมหาดไทย, การประมูลข้าวโพด, ความขัดแย้ง, ความรู้สึก, นางพรทิวา, นางพรทิวา นาคาศัย, นายกรัฐมนตรี, ประมูลข้าวโพด, พรทิวา, พรทิวา นาคาศัย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคร่วมรัฐบาล, โครงการ
add a comment
“ชวรัตน์”ยันศึกเกาเหลา”มาร์ค-พรทิวา” ไม่กระทบ รบ.
"ชวรัตน์"ยันศึกเกาเหลา"มาร์ค-พรทิวา" ไม่กระทบ รบ.
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความขัดแย้งในโครงการประมูลข้าวโพด ระหว่างนายกรัฐมนตรี กับนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อย และไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในรัฐบาลอย่างแน่นอน ตนคงไม่ต้องทำหน้าที่กาวใจ เพราะนายกรัฐมนตรีคงเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจ ส่วนนางพรทิวาจะเกิดความรู้สึกน้อยใจในการทำงานหรือไม่นั้น คงยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้มีโอกาสได้เปิดใจหารือกัน ในเรื่องที่เกิดขึ้น
ส่วนประเด็นขัดแย้งในครั้งนี้ จะยิ่งเป็นตัวเร่งเร้าให้พรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ จนถึงขั้นกดดันให้เปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนคงตอบแทนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ แต่โดยส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายกอร์ปศักดิ์มาก่อน
อ่านต่อที่ : “ชวรัตน์”ยันศึกเกาเหลา”มาร์ค-พรทิวา” ไม่กระทบ รบ.
09:32 น. ไนเม็กซ์ปิดพุ่ง 60 เซนต์ ที่ 58.62 ดอลลาร์ พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.Tags: กระทรวง, กระทรวงพลังงาน, ตลาด, ที่, น้ำมัน, น้ำมันดิบ, พลังงาน, มัน, ลงทุน, วิเคราะห์, สวนทาง, สัญญา, สำนักงาน, เดือน, เปิด
add a comment
09:32 น. ไนเม็กซ์ปิดพุ่ง 60 เซนต์ ที่ 58.62 ดอลลาร์
15 พค. 2552 09:32 น.
สัญญาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดตลาดพุ่งขึ้น 60 เซนต์ อยู่ที่ 58.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนมิ.ย. บวก 3.49 เซนต์ อยู่ที่ 1.7237 ดอลลาร์ต่อแกลลอน และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิ.ย. ที่ตลาดกรุงลอนดอน ร่วงลง 65 เซนต์ปิดที่ 56.69 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยนักลงทุนยังคงเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบอย่างคับคั่ง แม้สำนักงานพลังงานสากล หรือ ไออีเอ คาดการณ์ว่าดีมานด์น้ำมันทั่วโลกในปีนี้จะปรับตัวลงเหลือ 83.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง 3% จากปีที่แล้ว และต่ำกว่าระดับคาดการณ์เมื่อเดือน-ที่แล้ว 230,000 บาร์เรลต่อวัน การคาดการณ์ของไออีเอมีขึ้น หลังจากโอเปคเพิ่งปรับลดคาดการณ์ดีมานด์น้ำมันปี 2552 ลงเหลือ 84.03 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่กระทรวงพลังงานสหรัฐ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ ร่วงลง 4.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 370.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล
อ่านต่อที่ : 09:32 น. ไนเม็กซ์ปิดพุ่ง 60 เซนต์ ที่ 58.62 ดอลลาร์
กฎเหล็กบังคับอาคารใหม่ ลดใช้พลังงาน 10% พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.Tags: กระทรวง, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงมหาดไทย, การกำหนดมาตรฐาน, การขออนุญาตก่อสร้าง, การประสานงาน, การอนุรักษ์พลังงาน, ก่อสร้างอาคาร, งาน, ประหยัดพลังงาน, พลัง, พลังงาน, พลังงานทดแทน, อุปกรณ์ประหยัด, โครงการ
add a comment
กฎเหล็กบังคับอาคารใหม่ ลดใช้พลังงาน 10%
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานจะบังคับใช้กฎกระทรวงพลังงานว่า ด้วยการกำหนดมาตรฐานหลักการและวิธีการออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน จะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 22 มิ.ย.2552 โดยกฎกระทรวงฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ที่จะก่อสร้างอาคารใหม่หรือต่อเติมอาคารหลังจากวันที่ 22 มิ.ย.2552 ที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องออกแบบและใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน 10%
ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการประสานงานกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำไปเป็นข้อกำหนดในกระบวนการขออนุญาตก่อสร้างอาคารต่อไป โดยระยะแรกกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เข้ามาเป็นส่วนในกระบวนการตรวจสอบแบบอาคารประหยัดพลังงาน เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงก่อน จากนั้นจึงจะโอนให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ออกใบอนุญาตต่อไป
สำหรับกฎกระทรวงจะบังคับใช้กับอาคารใหม่เท่านั้น ส่วนอาคารเก่าเป็นเรื่องของความสมัครใจ โดยกระทรวงพลังงานจะสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้อาคารเก่าหันมาปรับปรุงให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานด้วย ขณะนี้ได้ทำโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคารด้วยการติดฉลาก เพื่อจัดลำดับและมอบฉลากเกียรติคุณให้กับบ้าน หรืออาคารที่ประหยัดพลังงานได้ดีที่สุด
น.พ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า ปี 2552 มีบ้านและอาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ผ่านการประเมินและได้รับการติดฉลาก 18 แบบ คิดเป็นบ้านและอาคารจำนวน 500 หน่วย สามารถประหยัดพลังงานได้ 15-40% หรือปีละ 48 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีบ้านและอาคารเกิดใหม่ 38-39 ล้านตารางเมตรต่อปี หากปริมาณ 30% ของจำนวนนี้เข้าสู่แนวทางของบ้านและอาคารประหยัดพลังงานเพียง 10% จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้เกิดความการประหยัดพลังงาน กระทรวงพลังงานเตรียมจะออกกฎกระทรวงเพิ่มเติมเร็วนี้ เพื่อกำหนดประสิทธิภาพขึ้นต่ำและขั้นสูงของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น พัดลม เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำร้อน กระจก เพื่อยกระดับอุปกรณ์เหล่านี้ให้เป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง
“ตอนนี้บ้านเรายังใช้พลังงานกันฟุ่มเฟือยโดยปี 2550 มีสัดส่วนการใช้พลังงานคิดเป็นเงินกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ปี 2551 เพิ่มเป็น 1.7 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15% ซึ่งสูงกว่าจีดีพีของประเทศที่เติบโต 4-5% ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหามาตรการลดการใช้พลังงานที่เข้มงวด ทั้งภาคบังคับและการส่งเสริม” น.พ.วรรณรัตน์ กล่าว
นายพานิช พงศ์พิโรดม อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่าฉลากบ้านและอาคารอนุรักษ์พลังงานจะเป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แสดงถึงคุณภาพของอาคารและบ้าน จะเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคยอมรับและตัดสินใจซื้อบ้าน และอาคารได้ง่ายขึ้น โดย พพ.จะติดตามและประเมินผล เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร โดยติดฉลากให้มากขึ้นในปี 2553
อ่านต่อที่ : กฎเหล็กบังคับอาคารใหม่ ลดใช้พลังงาน 10%
ล้างสารพัดล้าง พฤษภาคม 14, 2009
Posted by 1000thainews in คุณภาพชีวิต.Tags: กระทรวง, การเปลี่ยนแปลง, คมชัด, คมชัดลึก, คำพูด, นึกถึง, ย้าย, รัฐบาล, ล้างบาง, เปลี่ยน, เปลี่ยนแปลง, เรา
add a comment
คมชัดลึก : ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือระดับอธิบดี ปลัดกระทรวง คำพูดที่เราได้ยินจากสื่อก็คือ…ย้ายล้างบาง เด้ง ดัน ดึง สวม
คำเหล่านี้ได้ยินจนชาชิน แล้วก็เลยลืมนึกถึงอะไรๆ อีกหลายอย่าง ที่เป็นผลดีผลร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำว่า… “ล้าง”
ล้าง เป็นกริยาที่ทำให้สิ่งสกปรกหมดไป และเพื่อทำความสะอาด ตกแต่งสิ่งดีๆ ให้เกิดใหม่
แต่คำนี้ก็มีการใช้ที่มีความหมายไม่ตรงกับหน้าที่ “ล้าง” ทุกครั้งไป เช่น ล้างตา คือ เมื่อมีผงเข้าตา หรือตาฝ้าฟาง
ล้างทุจริต คือ การที่มีคนกระทำทุจริตกันมาก แล้วก็เกิดมีคนสุจริตเห็นว่า จะเป็นความหายนะแก่บุคคล และองค์กร ก็ตั้งกระบวนการจับทุจริต นำคนทำผิดมาลงโทษ เมื่อกระทำได้สำเร็จแล้ว ชื่อว่า “ล้างทุจริต”
ล้างกรรม ล้างบาง ล้างกระทรวง คือ การที่ในองค์กรนั้นๆ เปลี่ยนแปลงผู้บังคับบัญชา เพื่อต้องการทำการกำจัดคนเก่าออกไป ต้องการนำคนใหม่ของตนเข้ามา จึงต้องมีการโยก และ ย้าย อย่างขนานใหญ่ อย่างนี้เรียกว่า “ล้างกรรม ล้างบาง ล้างกระทรวง“
ล้าง มีสารพัด ที่จะกล่าวถึง แต่สำหรับการล้างบางนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องคำนึงนึกถึงให้จงหนักว่า ทำเพื่อใคร ? และ ทำเพื่ออะไร ?
และต้องเข้าใจเสมอว่า ผู้ที่จะล้างนั้น จะต้องสะอาดกว่าผู้ที่ถูกล้าง ถ้าผู้ที่ถูกล้างสะอาด แต่ผู้ล้างเลวกว่า สกปรกกว่า คนดูเขาก็จะสงสารคนที่ถูกล้าง คือ ถูกเด้ง ย้าย ปลด แล้วคนดูเขาก็จะสมเพชการกระทำของที่ล้างบาง นอกจากสมเพชแล้ว ก็จะพากันสาปแช่งสาปส่ง
คนเราถ้าถูกคนดีมีศีลธรรมเขาสาปแช่งสาปส่ง โดยที่ตนเองไม่รู้ตัว ความวิบัติที่เกิดก็จะเกิดโดยไม่รู้ตัว ทั้งแก่ตัวเอง ครอบครัว พรรคพวก
ข้าราชการประจำ และข้าราชการการเมือง ต้องตระหนักในความสุจริต ในการปฏิบัติหน้าที่ให้มั่นคง อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
ข้าราชการประจำก็ควรคิดว่า “เราเป็นคนของพระราชา” จะต้องไม่เบียดเบียนข้าราชการประจำที่ดี ต้องรู้ว่า “คนมาจากประชาชน” แล้วจึงมาเป็น “คนของพระราชา”
การย้าย การโยก การยืน
การยืน ในความเป็นข้าราชการนั้น ขอให้ท่านผู้เป็นข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำ พึงสังวรระวัง “คนมหาภัย” ในองค์กรนั้นๆ
คนมหาภัยจำพวกนี้ เขามีคำพูดติดปากอยู่ ๕ คำ คือ “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย ฉิบหายผมหนี ได้ดีผมกลับ หมดทรัพย์ผมทิ้ง”
“พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)”
อ่านต่อที่ : ล้างสารพัดล้าง
แพทย์สธ.แจงทูต 32ชาติ5องค์กรไทยคุม”หวัด2009″สำเร็จ พฤษภาคม 14, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กรมควบคุมโรค, กระทรวง, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงสาธารณสุข, คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, คุม, โรคติดต่อ, โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่, ไข้หวัดใหญ่, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
add a comment
แพทย์สธ.แจงทูต 32ชาติ5องค์กรไทยคุม”หวัด2009″สำเร็จ
แพทย์สธ.แจงทูต 32ชาติ5องค์กรไทยคุม"หวัด2009"สำเร็จ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ นายคำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค นายทวี โชติพิทยะสุนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมโรคติดต่อกระทรวงสาธารณสุข และนายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน ร่วมกันบรรยายสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีคณะทูตจาก 32 ประเทศและตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ 5 องค์กร เข้าร่วม
นพ.ศุภมิตร แถลงภายหลังว่า ได้สรุปภาพรวมของสถานการณ์ ในประเทศไทย รวมถึงผลสรุปของการประชุมสมัยพิเศษรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสามว่า ประเทศไทย ประเทศในภูมิภาค และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการป้องกันอย่างไรเพื่อรับมือกับปัญหา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเพราะทุกประเทศเข้าใจดีถึงความตั้งใจการทำงานที่มีอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน มาตรการใช้คัดกรองบุคคลที่มาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด ขณะเดียวกันได้เล่าให้ที่ประชุมฟังถึงการดำเนินการกับผู้ที่ติดเชื้อในไทย นอกจากนี้ตัวแทนคณะทูตยังได้สอบถามถึงคลังยา ว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งเรายืนยันว่ามีอย่างเพียงพอต่อสถานการณ์ขณะนี้ แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากนี้ก็พร้อมในการจัดหาเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
เมื่อถามว่ามีประเทศใดติดใจหรือไม่ที่ไทยไม่แจ้งรายละเอียดเรื่องผู้ป่วยก่อนหน้านี้ นพ.คำนวณ กล่าวว่า สิ่งที่เขากังวลไม่ใช่ความมั่นใจในความโปร่งใสของไทย แต่เขาวิตกกังวลว่าอาจจะทำให้เกิดตราบาปกับผู้ป่วย เพราะในไทยหากใช้คำว่าหวัดนรก หรือหวัดมรณะ ก็ทำให้เกิดความหวาดกลัว คนที่มาจากพื้นที่ซึ่งมีผู้ป่วยก็ไม่กล้าแสดงตัว เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับวิถีชีวิต ตัวโรคมันนิดเดียว แต่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตซึ่งมันคงไม่ถูกต้องนัก
นายทวี กล่าวว่า การเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ในทางการแพทย์ไม่ได้นอกเหนือความคาดหมาย ทางการแพทย์ แต่สิ่งที่หวาดกลัวคือการแพร่ระบาดในระบบชุมชน ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเร่งตรวจสอบในระดับครอบครัวด้วย หวังลดปัญหาต่างๆ ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด
อ่านต่อที่ : แพทย์สธ.แจงทูต 32ชาติ5องค์กรไทยคุม”หวัด2009″สำเร็จ