jump to navigation

“อสมท”รื้อสัญญาทรูวิชั่นส์ลดคณะอนุฯ13เหลือ6 พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

“อสมท”รื้อสัญญาทรูวิชั่นส์ลดคณะอนุฯ13เหลือ6

อสมท”รื้อสัญญาทรูวิชั่นส์ลดคณะอนุฯ13เหลือ6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 พฤษภาคม 2552 09:38 น.

       บอร์ด อสมท เพิ่มเวลารับสมัคร “บอส” คนใหม่ อีก 1 เดือน ถึง 15 มิ.ย.นี้ ยันทำงานเต็มที่ ไม่มีใบสั่งล๊อกสเป็คใครไว้ เชื่อภายในก.ค. อสมท มีผู้นำแน่ เผยสัญญาทรูวิชั่นส์ เรียกเก็บรายละเอียดดูใหม่หมด ทั้งเรื่องผิดสัญญา และข้อตกลงเรื่องโฆษณาได้ ตามคำขอสหภาพแรงงาน ย้ำชัดบอร์ดตั้งใจทำงานเต็มที่ พร้อมปรับลดดคณะกรรมการย่อยเหลือ 6 ชุด จากเดิม 13 ชุด
       
       วานนี้ (14พ.ค.) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบอร์ด อสมท ขึ้น ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ภายใต้ประธานบอร์ดคนใหม่ที่ชื่อ นายสุรพล นิติไกรพจน์ โดยวาระการประชุมที่สำคัญครั้งนี้ คือ เรื่องของคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เสนอเรื่องขอเลื่อนเวลารับสมัครกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เพิ่มไปอีก 1 เดือน นับตั้งแต่ 15 พ.ค. -15มิ.ย.นี้ ภายใต้เงื่อนไขเดิมของการรับสมัคร โดยทางที่ประชุมมีมติเห็นชอบ
       
       นายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการ บอร์ด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเลื่อนเวลารับสมัครเพิ่มครั้งนี้ เหตุผลสำคัญ คือ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการบริหาร และสนใจด้านสื่อสารมวลชนเข้ามาบริหาร อสมท จากเดิมที่อาจจะยังไม่มั่นใจ เนื่องจากช่วงเวลาเดือนก.พ. กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ต้องออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลในเรื่องของการทำงานที่ขัดแย้งกับบอร์ด อีกทั้งยังมีเรื่องของการทำงานของคณะกรรมการบอร์ดอสมท บางท่านที่หมดวาระลง อาจส่งผลให้ไม่มั่นใจถึงการเปิดรับสมัครครั้งนี้
       
       “ทั้งนี้ในนามของตัวแทนคณะกรรมการบอร์ด อสมท ขอยืนยันว่า การสรรหาครั้งนี้ ไม่มีใบสั่งหรือมีการล๊อกรายชื่อใครไว้แน่นอน อีกทั้งขอยืนยันว่าผู้ที่จะมาเป็นผู้นำอสมทครั้งนี้ จะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมา เพราะการสรรหาครั้งนี้ ทางคณะกรรมการบอร์ด อสมท จะต้องมั่นใจและเข้าใจถึงวิธีการทำงานว่าจะสามารถทำงานร่วมกับคณะกรรมการบอร์ดอสมท ได้แน่นอน”
       
       นายสุรพล กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ ยังมีเรื่องของทรูวิชั่นส์ ที่ยังมีข้อมูลไม่ครบในบางเรื่องที่ทางคณะกรรมการบอร์ด อสมท ชุดนี้ ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งทางที่ประชุมต้องการที่จะขอดูเรื่องของทรูวิชั่นส์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผิดสัญญาของทรูวิชั่นส์ ในการออกจากตลาดหลักทรัพย์ หรือกรณีโฆษณาก่อนขออนุญาต
       และเรื่องของสัญญาและรายละเอียดตัวเลขค่าตอบแทนที่ทรูวิชั่นส์ ทำไว้ และบอร์ด อสมท ชุดก่อน ลงมติไปแล้ว
       
       ทั้งนี้เพื่อต้องการจัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จสิ้นให้หมด เพื่อที่จะสามารถตอบคำถามของทางสหภาพแรงงาน อสมท ได้ ตามที่ทางสหภาพฯเรียกร้องให้ตรวจสอบถึงค่าตอบแทนที่ดูเหมือน อสมท จะเสียเปรียบ และเรื่องอื่นๆที่ทางทรูวิชั่นส์ ผิดสัญญา โดยภายในวันที่ 28 พ.ค.นี้ จะมีการนำเรื่องของทรูวิชั่นส์ เข้าที่ประชุมบอร์ดอีกครั้ง ซึ่งหากที่ประชุมไม่พบปัญหาอะไร ก็จะมีมติเห็นชอบตามคณะกรรมการบอร์ดชุดก่อนหน้านี้ที่ลงมติเห็นชอบไปแล้ว
       
       อย่างไรก็ตามการทำงานของคณะกรรมการบอร์ดชุดนี้ พบว่าค่อนข้างมีการทำงานที่ทับซ้อนอยู่มาก ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดการติดขัดในการทำงานต่อๆไป ดังนั้นจากเดิมที่คณะกรรมการบอร์ด จะมีคณะกรรมการย่อย รวม 6 ชุด และอนุกรรมการอีก 7 ชุด รวม 13 ชุด ได้ปรับลดลงเหลือเพียง 6 ชุด คือ 1. คณะกรรมการตรวจสอบ 2.คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 3.คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน4.
       คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ 5. คณะกรรมการบรรษัทภิบาล และ6.คณะกรรมการกลั่นกรองงานบริหาร
       
       นอกจากนี้ยังมีเรื่องของผลประกอบการรวม อสมท ช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถทำได้ 1,031 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11% มีกำไร 290 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24% เทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน โดยในส่วนของรายได้จากโทรทัศน์ เติบโตขึ้น 16% ในแง่ของค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 4% ส่วนวิทยุ เติบโต 1% ขณะที่ภาพรวมวิทยุโตติดลบ 12% โดยในแง่ของสัดส่วนผู้ชม ขึ้นมาเป็นอันดับ3 มีมาร์เก็ตแชร์โตขึ้น 12%

อ่านต่อที่ : “อสมท”รื้อสัญญาทรูวิชั่นส์ลดคณะอนุฯ13เหลือ6

กิจกรรมทำดี พฤษภาคม 15, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: ,
add a comment

ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ยืดหยุ่นกองทุน พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ยืดหยุ่นกองทุน

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. ครั้งที่ 7/2552 และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ครั้งที่ 6/2552 ว่า มีมติเห็นชอบการออกและปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดอุปสรรคต่อภาคเอกชน โดยเห็นชอบการออกหลักเกณฑ์ให้กองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิต

โดยถ่ายโอนความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ของสินทรัพย์ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง ไปยังผู้ขายประกันความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้

คณะกรรมการ ก.ล.ต.ยังเห็นชอบให้ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ เป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่งที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ลงทุนได้ โดยศูนย์กระจายสินค้า จะจำหน่ายสินค้าประเภทใดก็ได้ ซึ่งเป็นการให้บริการแก่ประชาชนที่ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาความยากลำบากในการหาผู้เช่ารายใหม่ กรณีที่ผู้เช่ารายเดิมสิ้นสุดสัญญาเช่า

อีกทั้งยังผ่อนผันหลักเกณฑ์การถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 1 ใน 3 เป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจให้แก่กองทุน ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยจำนวนหน่วยลงทุนที่ซื้อและถือเดิมรวมแล้วต้องไม่เกิน 50% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ขายได้ทั้งหมด และต้องซื้อหน่วยลงทุนให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปีนับจากวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ และจะต้องถือไว้อย่างน้อย 6 เดือน และต้องขายหน่วยลงทุนดังกล่าวออกภายใน 4 ปีนับจากวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ

ส่วนคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เสนอขายต่อประชาชนให้ยืดหยุ่น ไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ภาคธุรกิจมากเกินไป โดยยกเว้นไม่ต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ กรณีที่ซื้อขายหลักทรัพย์มีลักษณะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายใน ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ได้

พร้อมกันนี้ ยังได้กำหนดการเริ่มต้นและการสิ้นสุดหน้าที่การรายงานให้ชัดเจนขึ้น โดยให้บุคคลเริ่มมีหน้าที่ต้องรายงานเมื่อบริษัทนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสิ้นสุดหน้าที่เมื่อบริษัทไม่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

อ่านต่อที่ : ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ยืดหยุ่นกองทุน

กอน.ชี้ปีนี้ราคาอ้อยปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: , , , , , , , , , ,
add a comment

เลขานุการ รมว.พาณิชย์ ยืนยันพร้อมระบายข้าวโพดตามเดิม พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

เลขานุการ รมว.พาณิชย์ ยืนยันพร้อมระบายข้าวโพดตามเดิม

เลขานุการ รมว.พาณิชย์ ยืนยันพร้อมระบายข้าวโพดตามเดิม

ก.พาณิชย์ 14 พ.ค.-นายประพล มิลินทนจินดา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการระบายข้าวโพดว่า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันจะระบายข้าวโพดตามที่มีมติของคณะอนุกรรมการระบายข้าวโพดก่อนหน้านี้ กว่า 400,000 ตัน ซึ่งมีภาคเอกชนเสนอซื้อมา 3 ราย เฉลี่ย 4.50-5.00 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ต่อรองแล้ว เหลือเพียงทำสัญญาระหว่างกัน

นายประพล กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (13 พ.ค.) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการระบายข้าวโพดแบบบูรณาการ เห็นว่าการระบายข้าวโพดของกระทรวงพาณิชย์อาจทำให้ภาครัฐขาดทุนจำนวนมาก และได้สั่งการให้ชะลอการระบายและนำมาเสนอคณะรัฐมนตรีก่อน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหา เพราะตามกรอบระเบียบราชการให้เจรจาแล้วเสร็จภายใน 15 วัน แต่ขณะนี้เลยมาแล้วเกือบ 1 เดือน ที่สำคัญจากราคาที่เอกชนเสนอซื้อ 4.50-5.00 บาท/กิโลกรัม ขณะนี้ราคาข้าวโพดลดลงมาเหลือไม่ถึง 4 บาท/กิโลกรัม โดยข้าวโพดที่เสนอขายครั้งนี้เน้นเพื่อการส่งออก และทางกระทรวงพาณิชย์ยืนยันการเจรจาต่อรองกับภาคเอกชนโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้และราคายุติธรรม แม้ภาครัฐจะขาดทุนจากการเข้าไปแทรกแซงข้าวโพดจากเกษตรกร โดยราคารับซื้อ 8.50 บาท/กิโลกรัม สามารถขายได้ราคา 4.50-5 บาท/กิโลกรัม หากข้าวโพด 1  ล้านตันภาครัฐขาดทุน 3,000-4,000 ล้านบาท แต่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรขายข้าวโพดได้ราคาดี ก็ถือเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องดำเนินการ เพราะแต่ละปีการช่วยเหลือผ่านโครงการแทรกแซงภาครัฐขาดทุนอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้ชะลอการระบายข้าวโพดครั้งนี้

นายประพล กล่าวอีกว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ นางพรทิวา พยายามอธิบายถึงหลักการและเหตุผลให้นายกรัฐมนตรีและนายกอร์ปศักดิ์ ทราบข้อเท็จจริงในการระบายข้าวโพด แต่ทั้งสองวิตกกังวลในเรื่องการขาดทุน ซึ่งการขาดทุนในเรื่องสินค้าเกษตรมีมานานแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการแทรกแซงและเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และขณะนี้กระทรวงพาณิชย์สงวนสิทธิ์ หากคณะกรรมการระ
าย
ข้าวโพดแบบบูรณาการสอบถามมายังกระทรวงพาณิชย์ก็ยังยืนยันจะระบายข้าวโพด เพราะอยู่ในโกดังค่อนข้างมาก  รวมทั้งข้าวโพดฤดูกาลใหม่ที่จะออกมา หากไม่ระบายก็จะยิ่งมีสตอกมากขึ้น

ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีไม่พอใจการชี้แจงของนายยรรยง พวงราช  อธิบดีกรมการค้าภายใน เกี่ยวกับขั้นตอนการระบายข้าวโพด เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงในส่วนของข้าราชการกระทรวงว่าดำเนินการไปตามขั้นตอน และพร้อมจะปกป้องข้าราชการกระทรวง.-สำนักข่าวไทย

อ่านต่อที่ : เลขานุการ รมว.พาณิชย์ ยืนยันพร้อมระบายข้าวโพดตามเดิม

กอน.คาดราคาอ้อยปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์ พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

กอน.คาดราคาอ้อยปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์

กอน.คาดราคาอ้อยปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์

กรุงเทพฯ  14 พ.ค. -  นายประเสริฐ  ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย  (กอน.) เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายปี 2552 ว่า ดีที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ราคาอ้อยปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์  คาดว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้ายปี 2551/2552  น่าจะอยู่ที่ระดับ 920 บาทต่อตันอ้อย จากราคาขั้นต้นที่ 830 บาทต่อตันอ้อย  และหากรวมค่าความหวานน่าจะทำให้ราคาอ้อยปีนี้ยืนอยู่ที่ระดับ 1,000 บาทต่อตันอ้อย  ขณะเดียวกันทิศทางราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้ราคาอ้อยปี 2552/2553 ไม่ต่ำกว่าปีนี้ ซึ่งจะ มีผลให้ปริมาณอ้อยไม่ลดลงจากปีก่อน

“ปีนี้ถือเป็นปีทองของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยฤดูการผลิตอ้อยและน้ำตาลปี 2551/2552 ซึ่งปิดหีบไปแล้วมีผลผลิตรวมทั้งสิ้น 66.5 ล้านตัน สามารถผลิตน้ำตาลทรายได้ 1.7 ล้านตัน  แม้ผลผลิตอ้อยที่ได้จะต่ำกว่าที่ คาดไว้ 5 ล้านตัน  แต่ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จากปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกที่ลดลง  เนื่องจากหลายประเทศมีผลผลิตน้ำตาลลดลงจึงต้องมีการนำเข้ามากขึ้น เช่น อินเดีย ยุโรป ปากีสถาน และจีน ทำให้ราคา น้ำตาลอยู่ในระดับที่ดีมากและชาวไร่อ้อยก็ได้ค่าอ้อยที่สูง”  นายประเสริฐ  กล่าว

สำหรับทิศทางการส่งออกน้ำตาลทรายปีนี้ นายประเสริฐ  กล่าวว่า คาดว่าจะมีประมาณ 5 ล้านตันและเป็นโอกาสดีต่อการส่งออกน้ำตาลของไทย  แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่อัตราการบริโภคจะยังมีการขยายตัว โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชีย  ซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกน้ำตาลที่สำคัญของไทยกว่าร้อยละ 98 เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในด้านการขนส่ง โดยคาดว่าราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 14-15 เซนต์ต่อปอนด์  ซึ่งอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ ประเทศ โดยสร้างรายได้ต่อปีกว่า  80,000  ล้านบาท สร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยประมาณกว่า 190,000  ครอบครัว และแก่ภาคธุรกิจรวมทั้งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากกว่า 1 ล้านคน หากมีการหมุนเวียนเงินจำนวนดังกล่าวในระบบเศรษฐกิจ 5 รอบ จะเพิ่มมูลค่าอีกกว่า  400,000  ล้านบาท และก่อให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ผลิตกระแสไฟฟ้า เอทานอล อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม

เลขาธิการ กอน. กล่าวด้วยว่า หากเปรียบเทียบการส่งออกสินค้าเกษตรในปีที่ผ่านมา น้ำตาลมีมูลค่าส่งออกถึ
ง  47,000  ล้านบาท สูงกว่ามันสำปะหลังที่มีมูลค่า  45,000 ล้านบาท  และเพื่อให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย มีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดการค้าโลก และสามารถคงความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้อย่างยั่งยืน ภาครัฐจึงได้ส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายอย่างต่อเนื่อง ทั้งร่วมกับสมาคมชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาลทั้ง 47 โรง ผลิตอ้อยพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตและค่าความหวานสูง ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูอ้อย รวมถึงสนับสนุนโดยการให้สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการปลูกอ้อยกว่า 10,000  ล้านบาท สินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งจำนวน  2,000  ล้านบาท ให้แก่ชาวไร่อ้อยเพื่อนำไปใช้ในการปลูกและบำรุงรักษาอ้อย พัฒนาแหล่งน้ำและระบบการจัดการในไร่อ้อย นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเสนอโครงการสินเชื่อเพื่อซื้อรถตัดอ้อยปีละกว่า  1,000  ล้านบาท

ด้านนายวิบูลย์ ผาณิตวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง สาเหตุจากการที่หลายประเทศ เช่น อินเดีย จีน และยุโรป ประสบปัญหาภัยธรรมชาติทำให้ผลผลิตอ้อยลดลงจนต้องมีการนำเข้าน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น  โดยราคาน้ำตาลทราย ในตลาดโลกปรับตัวสวนภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา  ซึ่งประเมินว่าราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกน่าจะทรงตัวใน ระดับสูงประมาณ 14-15 เซนต์ต่อปอนด์ จึงคาดว่าราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2552/2553 จะสูงในระดับไม่ต่ำ กว่า 800 บาทต่อตัน  โดยผลพวงจากราคาอ้อยที่ปรับตัวสูงขึ้น  ทำให้คาดว่าในฤดูกาล 2552/2553 เกษตรกรจะหันมาปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น ซึ่งมีปริมาณอ้อยต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมากโดยมีผลผลิตรวม 66.5 ล้านตัน จากที่คาดว่า จะมีผลผลิต 71.80 ล้านตัน.-สำนักข่าวไทย

อ่านต่อที่ : กอน.คาดราคาอ้อยปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์

15:14 น. “เจิมศักดิ์”หนักใจเล็งลาออก”กก.สมานฉันท์” พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

15:14 น. “เจิมศักดิ์”หนักใจเล็งลาออก”กก.สมานฉันท์”

14 พค. 2552 15:14 น.

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะอนุกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรรมการในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิของวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจในการประชุมอนุกรรมการฯเมื่อวันที่ 13 พ.ค. เพราะตนรู้สึกเหมือนมีการวางแผนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อนักการเมืองโดยไม่มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งตนเห็นว่ามันรวบรัดมีธงอยู่ในใจ ที่จะแก้มาตรา 237 และ 309 ให้กับนักการเมือง และเพื่อเอื้อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้พ้นผิดไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ ตอนนี้ยอมรับว่าลำบากใจเพราะเกรงใจวุฒิสภาที่เลือกตัวเองมา แต่อยู่ไปก็เกรงว่าจะไม่เกิดประโยชน์เพราะจะถูกลากไปเรื่อยๆ
เมื่อถามว่าอะไรคือฟางเส้นสุดท้ายให้ออกจากกรรมการสมานฉันท์ นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า ขอฟังการประชุมอนุกรรมการฯ 2-3 ครั้ง หากฟังแล้วไม่เกิดประโยชน์ถูกลากไปเรื่อยๆ เพื่อให้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนก็ต้องออกจากตำแหน่งกรรมการสมานฉันท์

อ่านต่อที่ : 15:14 น. “เจิมศักดิ์”หนักใจเล็งลาออก”กก.สมานฉันท์”

15:14 น. ศุภชัยยันหากจะแก้ไข รธน.ต้องทำประชามติก่อน พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

15:14 น. ศุภชัยยันหากจะแก้ไข รธน.ต้องทำประชามติก่อน

14 พค. 2552 15:14 น.

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยในที่ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอปรับแก้เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตเดียวเบอร์เดียว ว่า เป็นเพียงข้อเสนอของอนุกรรมการในส่วนของพรรค แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของที่ประชุมโดยรวมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยยืนยันตลอด คือ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอใดๆก็ตาม จะต้องถามประชาชน ถ้าหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกเรื่องจะต้องมีการทำประชามติ ต้องถามความเห็นของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ผ่านกระบวนการทำประชามติมา ดังนั้นไม่ว่าจะแก้ไขเรื่องใดก็ต้องถามประชาชนอีก

อ่านต่อที่ : 15:14 น. ศุภชัยยันหากจะแก้ไข รธน.ต้องทำประชามติก่อน

15:14 น. ตั้ง”พงษ์สันต์”ปธ.สอบผู้ค้าพัฒน์พงศ์ร้องจ่ายส่วยท้องที่ พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

15:14 น. ตั้ง”พงษ์สันต์”ปธ.สอบผู้ค้าพัฒน์พงศ์ร้องจ่ายส่วยท้องที่

14 พค. 2552 15:14 น.

พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รองผบช.น.)ในประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีกลุ่มผู้ค้าย่านพัฒน์พงษ์ร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก เรียกรับส่วยในพื้นที่ว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงถึงการร้องเรียนดังกล่าวแล้ว โดย พล.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.มอบหมายให้ตนเป็นประธาน และมี พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รอง ผบก.น.8 ,พ.ต.ท.สุลักษณ์ แก้วไพจิตร์ รอง ผกก.จร.สน.ชนะสงคราม เป็นกรรมการร่วมกับพนักงานสอบสวนจำนวนหนึ่ง โดยจะเรียกสอบปากคำผู้ค้าและผู้ประกอบการต่าง ๆ ในย่านพัฒน์พงศ์ว่า มีการจ่ายเงินอย่างไรบ้างและจ่ายให้กับใครหรือจ่ายเงินให้กับทางตำรวจพื้นที่ตามที่มีการกล่าวหาจริงหรือไม่ จากนั้นจะนำรายละเอียดคำให้การประมวลเหตุเข้าด้วยกันและเรียกสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ กระทรวงพาณิชย์ที่เข้าทำการจับกุมต่อไป พร้อมขอข้อมูลผลการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และสินค้าอื่น ๆ ในพื้นที่ว่า มีจำนวนมากน้อยเพียงใดใช้ประกอบการสอบสวนจากนั้นจะนำเรื่องทั้งหมดเสนอต่อ ผบช.น.รับทราบภายใน 30 วัน ส่วนการที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้นั้น โดยส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจอะไรเพราะผู้บังคับบัญชาการต้องตรวจสอบความประพฤติผู้ใต้บังคับบัญชาตามหน้าที่อยู่แล้ว
อ่านต่อที่ : 15:14 น. ตั้ง”พงษ์สันต์”ปธ.สอบผู้ค้าพัฒน์พงศ์ร้องจ่ายส่วยท้องที่

กกต.เผยพรรคพันธมิตรฯ ไร้ชื่อแกนนำนั่งหน.-เลขาฯ พฤษภาคม 14, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

กกต.เผยพรรคพันธมิตรฯ ไร้ชื่อแกนนำนั่งหน.-เลขาฯ

กกต.เผยพรรคพันธมิตรฯ ไร้ชื่อแกนนำนั่งหน.-เลขาฯ

เมื่อวันที่ 14  พ.ค. นายกฤช เอื้อวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงการยื่นขอจัดตั้งพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อกกต.ว่า พรรคดังกล่าวได้ยื่นขอจดแจ้งจัดตั้งเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีนางภาณุมาศ พรหมสูตร เป็นหัวหน้าพรรคและนายยงยศ เล็กกลาง เป็นเลขาธิการพรรค มีที่ทำการอยู่อ.เมือง จ.นครราชสีมา และใช้อักษรชื่อย่อของพรรค ว่า “พ.ป.ป.” โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาว่าจะตอบรับหรือไม่ภายใน 30 วันนับจากวันที่ยื่นขอจดแจ้ง

เมื่อถามว่า กกต.จะมีการตรวจสอบว่าผู้ยื่นขอจดจัดตั้งมีความเกี่ยวพันกับแกนนำของกลุ่มพันธมิตรหรือไม่ เพราะขณะนี้พันธมิตรกำลังจะมีการจัดตั้งพรรคการเมือง นายกฤช กล่าวว่า การตรวจสอบของนายทะเบียน คงไม่ได้ดูว่าผู้ที่มาขอยื่นจดจัดตั้งมีความเกี่ยวพันกับใคร แต่จะดูว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติต้องห้ามที่กฎหมายกำหนดไม่ให้เป็นผู้ยื่นจัดตั้งหรือไม่ รวมทั้งดูว่ามีการจัดประชุมใหญ่ เพื่อยื่นก่อตั้งพรรคกำหนด ข้อบังคับพรรค และนโยบายของพรรคมีส่วนใดขัดต่อข้อกฎหมายหรือไม่ จะไม่มีการตรวจสอบอะไรที่นอกเหนือจากข้อกฎหมายกำหนด

เมื่อถามว่า การยื่นขอจัดตั้งพรรคพันธมิตรครั้งนี้เป็นการแย่งชื่อของกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ยื่นจัดตั้ง ถ้าชื่อไม่ซ้ำหรือพ้องชื่อพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม หรือพรรคที่ถูกยุบไป รวมทั้งไม่ได้ตั้งชื่อที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม เช่น ชื่อพรรคสังคมนิยม ซึ่งขัดแย้งกับระบอบการปกครองของไทยก็สามารถตั้งพรรคได้ ส่วนชื่อของพรรคพันธมิตรฯ นั้น จะเข้าข่ายขัดแย้งการปกครองก่อให้เกิดการแตกแยกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายทะเบียนพรรคการเมืองจะพิจารณา

 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกกต.ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด ในเรื่องของภาพสัญลักษณ์ของพรรค โดยอ้างว่าอยู่ในขั้นตอนขอจดแจ้งอยู่และยังอยู่ในระหว่างขออนุญาตจัดตั้งพรรคกับกกต.ทั้งนี้ ไม่พบว่ามีการกำหนดนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่ อีกทั้งบรรดาผู้ก่อตั้งพรรคก็ไม่มีชื่อของแกนนำพันธมิตรปรากฎด้วย

อ่านต่อที่ : กกต.เผยพรรคพันธมิตรฯ ไร้ชื่อแกนนำนั่งหน.-เลขาฯ