กองทัพศรีลังกาเผยช่วยพลเรือนในพื้นที่สู้รบได้หมดแล้ว พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ต่างประเทศ.Tags: ชีวิต, ประชาชาติ, พื้นที่, ลัง, สามารถ
add a comment
กองทัพศรีลังกาเผยช่วยพลเรือนในพื้นที่สู้รบได้หมดแล้ว
กองทัพศรีลังกาเผยช่วยพลเรือนในพื้นที่สู้รบได้หมดแล้ว โคลัมโบ 17 พ.ค.- โฆษกทหารศรีลังกา แถลงว่า กองทัพศรีลังกาสามารถช่วยเหลือพลเรือนที่ถูกกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬกักตัวไว้เป็นโล่มนุษย์ได้ทั้งหมดแล้ว
แถลงการณ์ของกองทัพศรีลังการะบุว่า ประชาชนกว่า 50,000 คนออกจากพื้นที่สู้รบในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งกองทัพได้ให้ความช่วยเหลือพลเรือนทั้งหมดแล้ว และว่ากองกำลังรักษาความมั่นคงได้ปิดล้อมพื้นที่บางส่วนในป่าซึ่งเป็นที่กบดานของกลุ่มกบฏ ทั้งนี้ การอพยพออกจากพื้นที่ของพลเรือนในช่วง 3 วันที่ผ่านมานับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ประชาชน 115,000 คนออกมาจากพื้นที่สู้รบหลังกองกำลังรัฐบาลศรีลังกาเริ่มปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มกบฏตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา สหประชาชาติและคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ แสดงความวิตกที่พลเรือนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มกบฏ แต่กองทัพศรีลังกาปฏิเสธว่าไม่ได้โจมตีพลเรือน และที่ประชาชนเสียชีวิตเป็นการกระทำของฝ่ายกบฏ.-สำนักข่าวไทย
อ่านต่อที่ : กองทัพศรีลังกาเผยช่วยพลเรือนในพื้นที่สู้รบได้หมดแล้ว
“อภิสิทธิ์” ย้ำทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตรวจสอบ-แก้ปัญหาสังคม พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.Tags: ปัญหาสังคม, สังคม, สโมสรทหารบก, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม
add a comment
“อภิสิทธิ์” ย้ำทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตรวจสอบ-แก้ปัญหาสังคม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในระหว่างเป็นประธาน พร้อมนำกล่าวปฏิญาณโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ของกระทรวงยุติธรรม ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต ว่า การแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรมนั้น จำเป็นที่จะต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ โดยใช้วิธีการแจ้งข่าวสาร ให้ข้อมูล หรือแจ้งเบาะแส เฝ้าระวัง สอดส่องปัญหาในสังคม ชุมชนในพื้นที่ ส่วนการแจ้งเบาะแสหรือข่าวสารต่างๆ ของอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม จะได้รับการตอบสนองจากการสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนจะมีความเชื่อมั่นในการตอบสนองเบาะแสต่างๆ รวมทั้งมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้แจ้งด้วย
อ่านต่อที่ : “อภิสิทธิ์” ย้ำทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตรวจสอบ-แก้ปัญหาสังคม
นายกฯย้ำนโยบายเรียนฟรี เพิ่มโอกาสเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพเยาวชน พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.Tags: การเรียนรู้, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, โรงเรียนยากจน, โรงเรียนหอวัง, โรงเรียนเอกชน
add a comment
นายกฯย้ำนโยบายเรียนฟรี เพิ่มโอกาสเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพเยาวชน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานให้โอวาทเรื่องเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพทำได้จริง ในโอกาสเปิดเทอมที่โรงเรียนหอวัง มีผู้บริหาร ข้าราชการ ผู้แทนนักเรียน ผู้ปกครอง ครู อาจารย์กว่า 1,000 คนเข้าร่วม
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญโอกาสการศึกษาของเยาวชนของชาติทุกระดับชั้นจึงนำมาเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ทุกคนได้รับโอกาสเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ของเยาวชน โดยโรงเรียนสังกัดรัฐบาลจะได้รับอุดหนุนค่าเล่าเรียน 100 เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนเอกชนได้ร้อยละ 70 ส่วนเด็กที่สละสิทธิ์ก็จะนำเงินดังกล่าวไปพัฒนาโรงเรียนยากจนและด้อยโอกาสซึ่งมีอยู่เกือบ 600 โรงเรียนทั่วประเทศ นโยบายนี้มุ่งจะเพิ่มโอกาสการเรียนรู้พัฒนาคุณภาพเยาวชน
ทั้งนี้ หลังจากให้โอวาทแล้ว นายอภิสิทธิ์ ใช้ปากกาเลเซอร์ เขียนข้อความ “เรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพทำได้จริง” พร้อมกับเซ็นชื่อกำกับ ฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นกันถ้วนหน้า รวมทั้งมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยด้วย จากนั้นผู้แทนผู้บริหาร นักเรียนและผู้ปกครองจากภูมิภาคต่างๆ มอบบัตรขอบคุณและกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตอนที่เริ่มโครงการก็พบมีปัญหาและอุปสรรคพอสมควร แต่ถึงขณะนี้เริ่มคลี่คลายเกือบหมดแล้ว ยังมีบางส่วนติดขัดที่ผู้ปกครองยังไม่ได้ไปรับเงินมีส่วนน้อยมาก ส่วนที่มีบางโรงเรียนเรียกเงินเพิ่มเติมบำรุงการศึกษานั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนที่โรงเรียนจะเก็บเพิ่มได้จะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่างโรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาสำหรับการบริการที่เพิ่มขึ้นและไม่ซ้ำซ้อนกับที่ได้รับอุดหนุน โดยจะเก็บเพิ่มได้แต่ต้องไม่เกิน 1,000 บาท ทั้งนี้ จะต้องไม่จำกัดสิทธิ์ของคนที่ไม่มีเงินจ่ายแล้วจะไม่ให้เรียน ผู้ที่มีปัญหาการเรียกเก็บเงินร้องเรียนมาได้ที่สายด่วนกระทรวงศึกษาธิการที่หมายเลข 1579 หรือร้องเรียนโดยตรงมาที่ตน
อ่านต่อที่ : นายกฯย้ำนโยบายเรียนฟรี เพิ่มโอกาสเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพเยาวชน
เพื่อไทยตั้งคณะทำงานสอบคอนเทนเนอร์ จี้ รบ.ชำระประวัติศาสตร์ พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.Tags: คอนเทนเนอร์, ตู้คอนเทน, ตู้คอนเทนเนอร์, พรรคเพื่อไทย, เพื่อไทย
add a comment
เพื่อไทยตั้งคณะทำงานสอบคอนเทนเนอร์ จี้ รบ.ชำระประวัติศาสตร์
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 พร้อมญาติวีรชน เรียกร้องให้มีการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ที่อ่าวไทย ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าพรรคได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน หากมีข้อมูลอีกมุมหนึ่งก็จะขยายผลและส่งให้นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน นำไปใช้อภิปรายในสภาฯ ต่อไป ดังนั้นรัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฏ เพราะเป็นการชำระประวัติศาสตร์ที่ค้างคาใจ แม้จะต้องใช้งบประมาณกี่ร้อยล้านบาทเพื่อนำตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดขึ้นมาตรวจสอบก็ต้องทำ และหากพรรคพบข้อมูลว่ารัฐบาลลับ ลวง พรางในเรื่องนี้ ก็จะนำข้อมูลที่ได้มาเผยแพร่ และอาจจะร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย
อ่านต่อที่ : เพื่อไทยตั้งคณะทำงานสอบคอนเทนเนอร์ จี้ รบ.ชำระประวัติศาสตร์
“อภิสิทธิ์” เปิดทางภูมิใจฯเสนอปรับรมช.เกษตรฯ พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in การเมือง.Tags: การประสานงาน, คณะรัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี, นายอภิสิทธิ์, พรรคร่วมรัฐบาล
add a comment
“อภิสิทธิ์” เปิดทางภูมิใจฯเสนอปรับรมช.เกษตรฯ
นายก ยินดีรับข้อเสนอปัญหาภายพรรคร่วมฯ เปิดทางปรับครม.ก่อนครบ 6 เดือนเพื่อให้การบริหารงานเดินหน้าต่อไปได้ ยอมรับภูมิใจไทยส่งสัญญาณขอปรับรมช.เกษตรฯ
วันนี้ (17 พ.ค.) ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค แสดงเจตนารมณ์ต้องการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ผ่านมา 4 เดือนกว่า เราประเมินการทำงานตลอดเวลา ถ้าคิดว่าทำให้การบริหารราชการดีขึ้นก็จะทำ เมื่อถามว่า ยังยึดหลัก 6 เดือน ประเมินครั้งหนึ่ง หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ แต่จริงๆแล้วไม่ต้องรอ 6 เดือน ถ้ามีความจำเป็นต้องปรับก็ต้องปรับ เพื่อให้การทำงานดีขึ้น เมื่อถามว่าพรรคร่วมได้มีการเสนอเข้ามาบ้างหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการเสนอมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยระบุว่าเป็นปัญหาภายในของเขาที่รัฐมนตรีไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ร่วมกิจกรรม จึงต้องการปรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรออก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “อ๋อ รัฐมนตรีช่วยเกษตร คือต้องอยู่ที่ว่างานเป็นอย่างไร ถ้าหากการประสานงานมีปัญหาหรือไม่ก็สรุปมาอีกที” เมื่อถามว่า คิดว่าการทำงานของรมช.เกษตรเป็นอย่างไรบ้างตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะพบท่านในการประชุมครม. ท่านก็ทำงานของท่านได้ตามปกติ แต่ในแง่ของการประสานต่างๆก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีทุกคนด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าเวลานี้นายกฯไม่ได้ปิดตายเรื่องการปรับครม. นายกฯ กล่าวว่า การปรับครม.ต้องมีการทำเป็นระยะๆ ถ้าหากว่าจะทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องปรับทุกกี่เดือนๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อถามว่าโดยภาพรวมจำเป็นต้องปรับหรือไม่ในเวลานี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้งานก็ยังต้องเดินไป แต่คนทำงานเอง หมายถึงพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล มองว่ามีปัญหา เขาก็ต้องเสนอมา แล้วก็ต้องมาคุยกันว่าการแก้ปัญหาวิธีที่ดีที่สุดคืออะไร การปรับครม.ก็ถือเป็นทางหนึ่งที่เขาเสนอมา แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้เสนอ ทั้งนี้ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีความคิดเรื่องการปรับครม. ต่อข้อถามว่า หากมีการเสนอมาจะต้องดูภาพรวมของรัฐบาลแล้วปรับทีเดียวเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะดูว่ามีข้อเสนอมามากน้อยแค่ไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯมองภาพรวมคิดว่ามีกระทรวงไหนน่าจะปรับเปลี่ยนบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มองในเรื่องงานก่อน เพราะมีงานที่ต้องเร่งรัดอยู่หลายกระทรวงทีเดียว ที่จริงก็ตั้งใจเหมือนกันว่าเร็วนี้จะค่อยๆไล่ไปช่วยแต่ละกระทรวงให้เห็นทิศทาง นโยบายสำคัญๆของรัฐบาลที่จะต้องเร่งผลักดัน เพราะตัวแผนกระตุ้นรอบแรกมันเดินของมันแล้ว ในส่วนของโครงการในรอบสองค่อนข้างจะลงตัวแล้ว ต่อไปจะไล่ดูแง่ของการปฏิบัติตามนโยบายว่าจะเดินหน้าไปถึงไหน
เมื่อถามว่าทำงานมากกว่า 4 เดือนแล้ว เห็นจุดอ่อนจุดแข็งของรัฐบาลอย่างไรบ้าง คิดว่ามีงานหลายอย่างที่เป็นไปได้ด้วยดี เป็น 4 เดือนที่มีนโยบายโครงการใหม่ค่อนข้างมาก บางส่วนก็อาจจะมีปัญหาในการนำไปปฏิบัติอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่พอมีปัญหาก็แก้ไขค่อนข้างรวดเร็ว ปัญหาแง่การประสานงานระหว่างกระทรวงก็ยังมีอยู่บ้าง เป็นปัญหาในเชิงวัฒนธรรมการทำงานเดิมๆ ที่ว่าแต่ละหน่วยงานมักจะคิดถึงกรอบความรับผิดชอบของตัวเองมากกว่าว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานในส่วนรวม ตรงนี้ต้องแก้ไขปรับปรุง
อ่านต่อที่ : “อภิสิทธิ์” เปิดทางภูมิใจฯเสนอปรับรมช.เกษตรฯ
ตำรวจระบุคดีฆ่า 2 ผัวเมียเมืองตรังพัวพันธุรกิจมืด พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ภูมิภาค.Tags: บ้านเลขที่, มือสังหาร, อาวุธปืน, เทศบาลนครตรัง, เมืองตรัง
add a comment
ตำรวจระบุคดีฆ่า 2 ผัวเมียเมืองตรังพัวพันธุรกิจมืด
ตรัง – ความคืบหน้า คดีสังหารโหด 2 สามีภรรยา ที่ อ.เมือง จ.ตรัง จากเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุ ที่มาคดีมาจากผู้ตายทั้งสองคน พัวพันค้ายาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลและหาหลักฐานเพื่อจับกุมผู้ต้องหา
จากกรณีที่ได้เกิดเหตุคนร้าย ใช้อาวุธปืนชนิดลูกโม่ ขนาด.38 สังหาร นายจารึก บัวจันทร์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง กับ นางสาวแสงเดือน อนันต์ถาวร อายุ 28 ปี ภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าในซอยรักษ์จันทร์ เขตเทศบาลนครตรัง และมีอาชีพขายข้าวแกงที่ตลาดสดกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จังหวัดตรัง จนเสียชีวิตภายในรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็คซ์ ชนิดตอนครึ่ง สีบรอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน บร-3984 นครศรีธรรมราช
เหตุเกิดริมถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 5 ตำบลนาพละ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เมื่อช่วงค่ำของคืนวันที่ 8 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา แต่มีคนไปพบศพในช่วงเช้าของวันที่ 9 พฤษภาคม ทั้งนี้ พบว่าคนร้ายได้นั่งรถด้านหน้าคู่มากับ นายจารึก ซึ่งทำหน้าที่ขับรถ เพื่อหวังที่จะตกลงปัญหากันบางประการ และให้ นางสาวแสงเดือน ผู้เป็นภรรยา นั่งมาในแค็ปหลังด้านซ้าย ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธปืนจ่อยิงทั้ง 2 คน จนเสียชีวิตคาที่ภายในรถ เพราะไม่พบหลักฐานการยิงจากนอกตัวรถแต่อย่างใดนั้น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (17 พ.ค.) พ.ต.ท.เธียร บาลทิพย์ รองผู้กำกับการ ฝ่ายสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า สาเหตุของการสังหารโหด 2 สามีภรรยาในครั้งนี้ อาจจะเกี่ยวพันกับเรื่องยาเสพติด เพราะจากการสืบสวนสอบสวนพบว่าก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ ได้มีการรับยาบ้าไป 4,000 เม็ด มูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท แต่หลังจากจำหน่ายหมดและเก็บเงินมาแล้ว ก็มิได้ส่งเงินดังกล่าวให้กับเครือข่าย โดยในวันเกิดเหตุคนร้าย ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ผู้ตายทั้ง 2 คน รู้จักดี และได้นั่งรถไปด้วยกันเพื่อหวังทวงถามเงินดังกล่าว แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ จึงลงมือสังหารโหดกันขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเบาะแสของกลุ่มคนร้าย และเครือข่ายยาบ้าในพื้นที่ค่อนข้างจะละเอียดแล้ว ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกเข้าจู่โจมตรวจค้น บ้านเลขที่ 39 ถนนควนขนุน ตำบลทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง และได้มีการจับกุม นายสุชาติ ยกซื้อ อายุ 28 ปี กับ นางสาวสุทธิสา เทพสุวรรณ อายุ 21 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 11,360 เม็ด แต่ไม่พบของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ใช้สังหาร 2 สามีภรรยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลและหาหลักฐานเพื่อจับกุมเพิ่มเติมต่อไป
อ่านต่อที่ : ตำรวจระบุคดีฆ่า 2 ผัวเมียเมืองตรังพัวพันธุรกิจมืด
เวทีเสวนาสานฝันสู่อนาคตประเทศไทยพธม.ขอนแก่นคึก พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ภูมิภาค.add a comment
เวทีเสวนาสานฝันสู่อนาคตประเทศไทยพธม.ขอนแก่นคึก
ศูนย์ข่าวขอนแก่น-เวทีเสวนา สานฝันสู่อนาคตประเทศไทยที่จัดโดยคณะพันธมิตรขอนแก่น52 คึกคักพี่น้องพันธมิตรร่วมงานแน่นห้องประชุม ขณะที่แม่ยกพันธมิตรพร้อมใจบริการอาหาร-เครื่องดื่มไม่อั้นตลอดงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานเสวนาทางวิชาการในประเด็น”สานฝัน…สู่อนาคตประเทศไทย”ของคณะทำงานพันธมิตรขอนแก่น 52 ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุม อาคารเรียนรวมคณะแพทย์ศาสตร์ มข.เป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องพันธมิตรฯทั้งในจังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียงทยอยเข้าร่วมงานตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยบรรดาแม่ยก-พ่อยกพันธมิตรฯในขอนแก่นทำอาหารมาบริการให้ผู้เข้าร่วมงานรับประทานหลายเมนู รวมไปถึงน้ำดื่มและกาแฟที่มีบริการไม่อั้น
นอกจากนี้ยังมีนักร้องนักดนตรีมาขับกล่อมสร้างบรรยากาศอย่างเป็นกันเอง ทั้ง ไก่ แมลงสาบและดนตรีเพื่อชีวิตวงสุทธี
ในเวลาประมาณ 14.00 น.เวทีเสวนาช่วงแรกก็ได้เริ่มขึ้น วิทยากรประกอบด้วย นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นางศิริชัย ไม้งาม ดำเนินรายการโดยนายอำนาจ พละมี โดยสรุปประเด็นที่เสวนาบนเวทีคือเป้าหมายของการต่อสู้ของการเมืองภาคประชาชน ที่พี่น้องพันธมิตรฯทุกหมู่เหล่าต้องมุ่งมั่นยืนหยัดต่อสู้ฝ่าอุปสรรคการเมืองระบบเก่า ที่มีแต่นักเลือกตั้งอาชีพที่เล่นการเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง
โดยเฉพาะนักการเมืองภายใต้ระบบทักษิณ ทิ่ดิ้นทุกวิถีทางที่จะแก้รัฐธรรมนูญและผลักดันให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
บรรดาพี่น้องพันธมิตรฯจากทุกอำเภอในจ.ขอนแก่น ทะยอยลงทะเบียนเข้าร่วมงานเสวนาทางวิชาการในประเด็น”สานฝัน…สู่อนาคตประเทศไทย”ของคณะทำงานพันธมิตรขอนแก่น 52 ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุม อาคารเรียนรวมคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
แม่ยกพันธมิตร นำอาหาร เครื่องดื่ม มาจัดเลี้ยงในงานนี้แบบไม่อั้น
ถือเป็นอีกเวทีที่พี่น้องพันธมิตรในจ.ขอนแก่นและจ.ใกล้เคียง ได้มาพบปะพูดคุย หลังจากห่างเหินกันมาเป็นเวลานาน
พื้นที่จำหน่ายจานดาวเทียม พร้อมด้วยสินค้าสปอนเซอร์พันธมิตร ได้รับความสนใจมีพี่น้องพันธมิตรมาเลือกซื้อกันอย่างหนาตา
เสื้อรำลึก 1 ปี การชุมนุม 193 วัน ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ
บรรยากาศภายในห้องเสวนา ก่อนที่จะเริ่มเปิดเวทีมีการเล่นดนตรีขับกล่อมให้พี่น้องพันธมิตรฯ หวนรำลึกถึงการชุมนุมอันยาวนานตลอด 193 วัน
ไก่ แมลงสาบ มาร่วมขับกล่อมดนตรี
บริเวณด้านหน้าเวที มีพี่น้องพันธมิตร เข้ามาจับจองพื้นที่มากกว่าโซนอื่น
AC_FL_RunContent( ‘codebase’,'http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=7,0,19,0′,’width’,'500′,’height’,'100′,’src’,'/Home/images/bn_myfirst4′,’quality’,'high’,'pluginspage’,'http://www.macromedia.com/go/getflashplayer’,'movie’,'/Home/images/bn_myfirst4′ ); //end AC code
อ่านต่อที่ : เวทีเสวนาสานฝันสู่อนาคตประเทศไทยพธม.ขอนแก่นคึก
เยาวชนช่วยเหยื่อถูกชิงทรัพย์ปัตตานีถูกทอดทิ้ง – แม่วอนรัฐช่วยลูกเป็นเสาหลักครอบครัว พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ภูมิภาค.add a comment
เยาวชนช่วยเหยื่อถูกชิงทรัพย์ปัตตานีถูกทอดทิ้ง – แม่วอนรัฐช่วยลูกเป็นเสาหลักครอบครัว
ปัตตานี – แม่เยาวชนผู้กล้าวอนรัฐเร่งดำเนินคดี หลังลูกชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะเข้าช่วยเหลือคนถูกชิงทรัพย์ ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี แม่หวั่นลูกไม่ปลอดภัย ขณะเดียวกันไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือ ทำให้แม่ต้องลำบากเพราะลูกชายเป็นกำลังหลักของครอบครัว
วันนี้(17 พ.ค.) ผู้สื่อข่าว ASTV ผู้จัดการ ประจำจังหวัดปัตตานี ได้เข้าไปเยี่ยมนายแวอาแซ ดือราฮิม อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่79 หมู่ที่ 2 ตำบลบาราโหม อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ที่กำลังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี ตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุชาย โดยมีนางฮามีดะห์ บีรู ผู้เป็นแม่คอยเฝ้าดูแลอาการบาดเจ็บของลูกชายเพียงลำพัง
นายแวอาแซ ดือราฮิม เป็นเยาวชนผู้กล้าหาญที่เข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกคนร้ายชิงทรัพย์กลางถนนสาย 42 ปัตตานี – นราธิวาส บริเวณหมู่ 2 ตำบลบาราโหม เมื่อนายแวอาแซ พร้อมเพื่อนอีก 2 คนพบเห็น นายแวอาแซ จึงขับรถจักรยานยนต์เข้าประชิดตัวคนร้ายเพื่อเข้าไปช่วยเหลือทันที จนเป็นเหตุคนร้ายชิงได้เพียงเครื่องโทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง และกุญแจรถฯ ของผู้เสียหายอีก 1 ดอก แต่ไม่สามารถชิง รถจักรยานยนต์ได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิง จำนวน 3 นัด กระสุนเข้าที่บริเวณต้นขา จำนวน 3 นัด หัวกระสุนฝังใน ซึ่งถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี
หลังเกิดเหตุญาติๆ นายแวอาแซ กับเพื่อนอีก 2 คนจำใบหน้าของคนร้ายได้ จึงรีบไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานีพร้อมบอกรูปพรรณของคนร้ายได้อย่างชัดเจน จนสามารถขอหมายจับศาลจังหวัดปัตตานีได้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่ารมา ในข้อหาปล้นชิงทรัพย์และพยายามฆ่าผู้อื่นจนได้รับอันตราย และทำการจับกุมได้ทันควันพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการสอบสวน
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางฮามีดะห์ ดือราฮิม แม่ของนายแวอาแซ ว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่กลับปฏิเสธว่ายังไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งทุกวันนี้รู้สึกเป็นห่วงลูกชายที่กำลังโตเป็นหนุ่ม เพราะลูกชายกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็ก แต่กลับถูกยิงเพราะเหตุเข้าไปช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่กำลังถูกปล้นชิงทรัพย์โดยไม่เกรงกลัวกับอันตราย จนตัวเองต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตอนนี้รายได้ก็ไม่มีเพราะตัวเองพึ่งออกจากรักษาตัวผ่าตัดท้องที่โรงพยาบาลมาไม่กี่วัน และยังทำงาน ไม่ได้จึงอาศัยรายได้หลักจากลูกชายคนนี้เป็นกำลังหลักคอยช่วยเหลือครอบครัวและน้องที่กำลังเรียนหนังสือ อยู่อีก1 คน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าอยากให้รัฐช่วยเหลืออะไรบ้าง นางฮามีดะห์ยิ้มพร้อมพูดออกมาว่า ขอแล้วจะได้หรือเปล่า ถ้าขอได้อยากให้เข้ามาดูแลคดีการจับกุมคนร้ายให้ดำเนินการตามกฎหมายบ้านเมืองเพราะเกรงอาจมีการวิ่งเต้นคดีแล้วแล้วอาจมีผลต่อความปลอดภัยของลูกชาย และอยากให้ลูกชายมีงานทำประจำเพราะจะได้มีรายได้จุนเจือช่วยเหลือครอบครัวต่อไป รวมทั้งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญต่อเยาวชนให้มากและไม่ควรที่จะไปซ้ำเติมและควรที่จะส่งเสริมเยาวชนที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่างให้สังคมอีกต่อไป
AC_FL_RunContent( ‘codebase’,'http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=7,0,19,0′,’width’,'500′,’height’,'100′,’src’,'/Home/images/bn_myfirst4′,’quality’,'high’,'pluginspage’,'http://www.macromedia.com/go/getflashplayer’,'movie’,'/Home/images/bn_myfirst4′ ); //end AC code
อ่านต่อที่ : เยาวชนช่วยเหยื่อถูกชิงทรัพย์ปัตตานีถูกทอดทิ้ง – แม่วอนรัฐช่วยลูกเป็นเสาหลักครอบครัว
“อดีตคนรัก” ล้างแค้น “แลมพ์” ดูดปากฟัดหนุ่มยันเช้า!! พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in กีฬา.Tags: การดูดปาก, ดูดปาก, พฤติกรรม, แฟรงค์ แลมพาร์ด, แลมพาร์ด
add a comment
“อดีตคนรัก” ล้างแค้น “แลมพ์” ดูดปากฟัดหนุ่มยันเช้า!!
อีเลน รีเบส อดีตคู่หมั้นชาวสเปนของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ห้องเครื่องเชลซี ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โชว์ความร้อนแรงด้วยการดูดปากกับชายคนใหม่กลางถนนกรุงลอนดอนหวังใจว่าถ้าอดีตคนรักอย่าง “แลมพ์” เห็นภาพแล้วจะต้องช้ำใจหนักให้มันสาสมกับพฤติกรรมในอดีต
มีลูกด้วยกันสองคนและอยู่กินกันมานาน 7 ปี แต่เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รีเบส ประกาศแยกทางกับ แลมพาร์ด เพราะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมเจ้าชู้ของสตาร์ดังเชลซีที่มีข่าวฉาวไปบรรเลงเพลงสวาสกับสาวอื่นที่ บาร์เซโลนา ซึ่งหลังจากนั้น “แลมพ์” ทำตัวดูดีด้วยการควักเงินซื้อบ้านหลังใหม่ให้กับ อีเลน ที่ไม่ไกลจากที่อยู่ของตนเองเพื่อที่หากคิดถึงเมื่อไหร่จะได้ไปหา ลูนา และ อิซลา ลูกสาวสองคนได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวหมดค่าไปทันทีเมื่อไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น แลมพาร์ด วัย 30 ปีหันไปควงกับ ซาสเกีย บ็อกซ์ฟอร์ด ไฮโซเมืองผู้ดีวัย 23 ปีทำเอา รีเบส เสียใจสุดขีดล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาเลยแก้แค้นด้วยการควงชายหนุ่มนิรนามไป “ดูดปาก” โชว์ประชาชนทุกหัวมุมถนนจน นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ นำมาลงข่าวในวันนี้
สื่อจอมแฉรายงานว่า รีเบส และชายของเธอดูดปากอย่างเมามันทุกหัวมุมถนนกลางกรุงลอนดอนต่อหน้าผู้คนพลุกพล่านแถมยังเข้าไปในโรงแรม แซนเดอร์สัน จองห้องราคาราว 545 ปอนด์(ราว 30,000 บาท)และหายขึ้นไปข้างบนเพื่อสานภารกิจรักอย่างเต็มที่ตลอดทั้งคืน
พยานผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า “ได้ยินมาว่า แฟรงค์ ชอบความร้อนแรงของ อีเลน มาวันนี้ผมเชื่อแล้วว่าเธอร้อนแรงจริงเพราะทันทีที่เริ่มจูบปากกับชายคนนั้นเธอไม่ยอมหยุดง่ายๆ ทั้งสองคนฟัดกันทุกมุมถนนและทุกสี่แยก ประกบปากดูดลิ้นเรื่อยไปจนถึงประตูโรงแรมและราวบันได คงไม่ต้องเดาเลยว่าขึ้นไปบนห้องแล้วจะทำอะไรต่อ”
ด้าน เพื่อนสาวของ อีเลน กล่าวกับ นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า “ฉันว่า อีเลน ได้เจอคนที่เธอชอบแล้ว ในช่วงที่กำลังเศร้าแบบนี้ การหาคนมาร่วมสนุกและหัวเราะร่วมกันเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุดสำหรับเธอ”
สำหรับภาพด้านล่างที่ Mgr sport รวบรวมมา นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ เจ้าของภาพค่อนข้างมั่นใจว่าถ้า แลมพาร์ด ได้เห็นจะต้องเข่าอ่อนแน่นอน
รีเบส กับ ชายใหม่
ดูมีความสุขมาก
ลงเอยขึ้นโรงแรม
เมื่อครั้งยังรักกับ แลมพ์
ซาสเกีย บ็อกซ์ฟอร์ด แฟนคนปัจจุบันของ แลมพ์
อ่านต่อที่ : “อดีตคนรัก” ล้างแค้น “แลมพ์” ดูดปากฟัดหนุ่มยันเช้า!!
ปชป.เสนอแก้ ม.190,266 แต่ยังไม่สรุปแก้ ม.237 หรือไม่ เสธ.อู้ปัดข่าวล็อบบี้ส.ว.สรรหา แลกอยู่ครบวาระ พฤษภาคม 17, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กรรมการสมานฉันท์, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการสมานฉันท์, พรรคประชาธิปัตย์, แก้ไขรัฐธรรมนูญ
add a comment
ปชป.เสนอแก้ ม.190,266 แต่ยังไม่สรุปแก้ ม.237 หรือไม่ เสธ.อู้ปัดข่าวล็อบบี้ส.ว.สรรหา แลกอยู่ครบวาระ
ปชป.เสนอแก้ ม.190,266 แต่ยังไม่สรุปแก้ ม.237 หรือไม่ เสธ.อู้ปัดข่าวล็อบบี้ส.ว.สรรหา แลกอยู่ครบวาระ
ปชป.เสนอแก้ ม.190,266 แต่ยังไม่สรุปแก้ ม.237 หรือไม่ อ้างยังเห็นต่างกันอยู่ เสธ.อู้ปฏิเสธข่าวต่อรองส.ว.สรรหาให้หนุนแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแลกให้อยู่ครบวาระ ลั่นมีการผลักดันจริงขอลาออกปธ.อนุกรรมศึกษาแนวทางแก้ไขรธน.รวมทั้งส.ว "เรืองไกร" ยันมีการหารือในวงสนทนาส.ว.จริง แต่เป็นมารยาททางการเมืองเผยรายชื่อไม่ได้
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคฯ เสนอแก้ไขมาตรา 190 ที่เกี่ยวกับการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา รวมถึงมาตรา 266 ที่เกี่ยวข้องกับบทบาท ส.ส.ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เกี่ยวกับฝ่ายบริหารขณะเดียวกัน ปฏิเสธว่า พรรคยังไม่ได้สรุปการเสนอแก้ไขมาตรา 237 เพราะยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ส่วนตัวมั่นใจว่าพรรคจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งเรื่องแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคภูมิใจไทย กรณีที่ต้องการให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นลักษณะเขตเดียวเบอร์เดียว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. สรรหา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวปฏิเสธกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ออกมาเปิดเผยว่ามีการต่อรองเพื่อให้ ส.ว.สรรหาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแลกกับการอยู่ครบวาระว่า เรื่องนี้ไม่มีข้อเท็จจริง เพราะการประชุมของอนุกรรมการ 2 ครั้งที่ผ่านมาไม่มีการลงรายละเอียดถึงเรื่องนี้มี นอกจากนี้เมื่อพิจารณาข้อเสนอจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งมาแล้วยังไม่มีพรรคการเมืองไหนเสนอให้ต่ออายุ ส.ว.สรรหาให้อยู่ต่อจนครบวาระ มีเพียงเสนอให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น เชื่อว่าการที่นายเรืองไกรนำข้อมูลต่างๆ มาพูดเป็นเพียงการพูดคุยในโรงอาหารทั่วไปเท่านั้น ไม่น่าจะถึงขั้นต่อรองกัน
“หากคณะกรรมการชุดนี้มีการผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ ส.ว.อยู่ต่อจนครบวาระจริง ผมจะลาออกจากตำแหน่งประธานอนุคณะกรรมการฯดังกล่าว รวมทั้งจะอาจจะลาออกจาก ส.ว.สรรหาด้วย”พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว
นายสุรชัย เลี้ยงบุญชัย ส.ว.สรรหา ในฐานะอนุกรรมการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ กล่าวว่า ไม่ทราบว่านายเรืองไกรเอาข้อมูลนี้มาจากไหนและต้องถามไปยังนายเรืองไกรว่า ส.ว. 3-4 คน ที่มาล็อบบี้เป็นใคร ไม่ทราบว่ามีใครแอบไปตกลงกับใครไว้หรือไม่ แต่ไม่เห็นมีใครมายื่นข้อเสนอนี้ ตนทำหน้าที่กรรมการสมานฉันท์โดยที่ไม่มีใครยื่นข้อเสนออะไรให้ ในส่วนอนุกรรมการฯยังไม่มีการพิจารณาถ้อยคำที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. การประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมาได้พิจารณาถึงมาตรา 237 รูปแบบของการเลือกตั้ง และการประชุมครั้งต่อไปจะมีพิจารณาในมาตรา 190 มาตรา 265 และ 266 โดยยังไม่มีหยิบยกเรื่องที่มาของ ส.ว.มาพิจารณา
“ถ้ามีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการก็ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะการจะแก้รัฐธรรมนูญต้องคำนึงว่าเป็นไปเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อ ส.ส.หรือ ส.ว.กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าเข้าใจว่ากรรมการสมานฉันท์ทั้ง 40 คนนี้จะสามารถทำได้ตามอำเภอใจ เพราะท้ายสุดแล้วข้อสรุปจะต้องนำเสนอต่อประชาชนและประชาชนจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าเห็นด้วยหรือไม่”นายสุรชัยกล่าว
ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ให้สัมภาษณ์กล่าวอ้างว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการหารือในวงสนทนากันระหว่าง ส.ว.จริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อ ส.ว.เหล่านั้นได้ เพราะเป็นมารยาททางการเมืองและยินดีจะรับผิดชอบเรื่องนี้เพียงคนเดียว
ทางด้านนายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องแถลงการณ์ตำหนิการทำงานของ 8 กรรมการสมานฉันท์ฯของพรรค เพราะได้รับแรงกดดันและเสียงบ่นจาก ส.ส.เป็นจำนวนมากที่อึดอัดใจว่าทำไม 8 กรรมการสมานฉันท์ของพรรคถึงไปแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราโน้นมาตรานี้แล้ว ทั้งที่ตอนพรรคมีมติแต่งตั้งให้กรอบไปแค่ว่าให้ฟังข้อเสนอ จากนั้นมาหารือภายในพรรคอีกครั้ง เมื่อถามว่า บางคนบอกว่าเข้าใจผิดเพราะยังไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญมาตราใดเลย นายชุมพลกล่าวว่า ถ้าจะเข้าใจผิดมาจากกรรมการทำอะไรกันเอง ไม่เคยชี้แจงต่อที่ประชุมพรรคเลย ทั้งนี้ หลังการปิดสมัยประชุมจะเรียกประชุมนัดพิเศษอีกครั้ง เพื่อนำกรรมการทั้ง 8 คนมาชี้แจง เหมือนกับการขึ้นเขียง แล้วให้สมาชิกแต่ละคนสอบถามเพื่อคลายข้อสงสัย
ส่วนข้อสังเกตเรื่องนี้เป็นการชิงไหวชิงพริบกันระหว่างสายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรค กับสายนายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคหรือไม่ เพราะนายชุมพลเป็นคนสนิทนายสุเทพนั้น นายชุมพลกล่าวว่า ก่อนออกแถลงการณ์ไม่ได้ปรึกษาหารือกับนายสุเทพเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย (พท.) บอกว่าเป็นการตีสองหน้าของประชาธิปัตย์ นายชุมพลกล่าวว่า ไม่ใช่การตีสองหน้า หรือเล่นเกมการเมืองใดๆ เพราะนายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้แต่ต้องมีเหตุผล ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีมาตรฐานสูง การจะทำอะไรต้องฟังเสียงประชาชนก่อน ส่วนตัวเห็นว่าก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ควรทำประชามติ ถามความเห็นประชาชนก่อน นายชุมพลกล่าว
อ่านต่อที่ : ปชป.เสนอแก้ ม.190,266 แต่ยังไม่สรุปแก้ ม.237 หรือไม่ เสธ.อู้ปัดข่าวล็อบบี้ส.ว.สรรหา แลกอยู่ครบวาระ