“เคอิโงะ”บนวิ่งรอบโบสถ์ขอพบหน้าพ่อ พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: การศึกษา, ราชินี, นักท่องเที่ยว, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ทุนการศึกษา, หลวงพ่อเพชร, สำนักงานพื้นที่การศึกษา, เคอิโงะ ซาโต, พระบรมฉายาลักษณ์, ด.ช. เคอิโงะ, เคอิโงะ, ตามหาพ่อ, พระเจ้าอยู่หัว, ตามหาพ่
add a comment
“เคอิโงะ”บนวิ่งรอบโบสถ์ขอพบหน้าพ่อ
บน “หลวงพ่อเพชร” ขอพบหน้าพ่อ “เคอิโงะ” ยอมวิ่งรอบโบสถ์ 50 รอบ ขณะที่สื่อนอกตามติดรายงานชีวิต “อาซาฮี” สื่อแดนปลาดิบ ลงพื้นที่ถ่ายทำเรื่องราวชีวิตหนูน้อยผู้ไม่ย่อท้อออกตามหาพ่อ ผู้ว่าฯ สั่งฝึกฝีมือ-หางานให้ครอบครัวป้าทำ ส่วนยอดเงินบริจาคสูงถึง 1.4 แสนบาทแล้ว
ธารน้ำใจยังคงหลั่งไหลช่วยเหลือ ด.ช. เคอิโงะ ซาโต หนูน้อยลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัย 9 ขวบ ที่ออกมาตามหา นายคัทชูมิ ซาโต บิดาชาวญี่ปุ่น อย่างไม่ย่อท้อนานกว่า 2 ปี โดยจะ เดินถือรูปถ่ายบิดาไปสอบถามบรรดานักท่องเที่ยวที่มากราบนมัสการหลวงพ่อเพชร ที่วัดท่าหลวงพระอารามหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร สร้างความหดหู่แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับทราบเรื่องราว และทรงมีพระเมตตาห่วงใย สอบถามถึงเรื่องการช่วยเหลือ สร้างความปลื้มปีติแก่ ด.ช.เคอิโงะ เป็นล้นพ้นนั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.เคอิโงะ ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ โดยออกไปขายปลาให้นักท่องเที่ยวซื้อไปปล่อยทำบุญที่หน้าวัดท่าหลวงพระอารามหลวง เพื่อหาเงินไว้เป็นทุนการศึกษาและใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมวันที่ 18 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ยังไปถวายสังฆทานที่วัด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และอุทิศส่วนกุศลให้กับมารดาที่เสียชีวิตไปแล้ว รวมทั้งอธิษฐานบนบานขอพรจากหลวงพ่อเพชร พระคู่บ้านคู่เมืองพิจิตร โดยขอให้บิดาเดินทางกลับมาพบกันโดยเร็ว หากสมหวังจะวิ่งรอบพระอุโบสถ 50 รอบ เป็นการแก้บน จากนั้นนายสมชัย หทยะตันติ ผวจ.พิจิตร พร้อมคณะ พา ด.ช.เคอิโงะ ไปทำพิธีรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ผวจ.พิจิตร เปิดเผยถึงเรื่องการช่วยเหลือดูแลครอบครัวของเด็กว่า ได้ให้ทางพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด และศูนย์การศึกษานอก โรงเรียน จัดหางานให้ครอบครัวของป้าเด็กหรือฝึกอาชีพให้ทั้งหมดทุกคน ส่วนเรื่องการตามหาบิดาของเด็ก ยังคงเดินหน้าติดตามอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่อาจประสบปัญหาบ้าง เพราะบิดาของเด็กไม่ใช่คนเด่นคนดังคงไม่ง่ายนัก แต่ได้ประสานกับสถานทูตไทยและญี่ปุ่นตลอดเวลา สำหรับเงินที่มีประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ โอนเข้าบัญชีของเด็ก เลขที่ 401-455925-7 เป็นบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยแฮปปี้พลาซ่า จ.พิจิตร จนถึงขณะนี้มียอดเงิน 146,262 บาท โดยมอบให้สำนักงานพื้นที่การศึกษาเขต 1 ที่ได้ตั้งคณะกรรมการดูแล 4 ฝ่าย เป็นผู้ดูแล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีสื่อมวลชนต่างชาติ เดินทางมาทำข่าว ด.ช.เคอิโงะ จำนวนมาก โดยเฉพาะสำนักข่าวอาซาฮีของญี่ปุ่น ที่มาถ่ายทำเรื่องราวชีวิตของเด็ก.
อ่านต่อที่ : “เคอิโงะ”บนวิ่งรอบโบสถ์ขอพบหน้าพ่อ
ส่งหมอพรทิพย์ลุย พิสูจน์กะโหลกในคอนเทเนอร์ พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กองทัพเรือ, ค้นหาตู้คอนเท, ช่องแสมสาร, ตู้คอน, ตู้คอนเทเนอร์, ทหารเรือ, ทะเลแสมสาร, นายกรัฐมนตรี, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, หมอพรทิพย์, หัวกะโหลก, เรือรบ, เรือลาก, แสมสาร
add a comment
ส่งหมอพรทิพย์ลุย พิสูจน์กะโหลกในคอนเทเนอร์
“อภิสิทธิ์” ไฟเขียวพิสูจน์ตู้คอนเทเนอร์ปริศนา ใต้ทะเลแสมสาร ส่ง “คุณหญิงหมอพรทิพย์”ลุยพิสูจน์ให้ญาติวีรชน “พฤษภาทมิฬ” คลายสงสัยว่าเป็นสุสานกะโหลกของผู้เสียชีวิตที่ถูกนำมาทิ้งหรือไม่ ผบ.ทร.สั่งการทัพเรือภาคที่ 1 สนับสนุนยุทโธปกรณ์ทุกรูปแบบ ทั้งอากาศยาน เรือรบ เรือช่วยรบ ในภารกิจค้นหา “คอนเทเนอร์” คลี่ปมพิรุธ
กรณีพบตู้คอนเทเนอร์ต้องสงสัย 8 ตู้ จมอยู่ใต้ท้องทะเลลึกในอ่าวช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนมีญาติของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ปี 2535 เข้าร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรีว่าให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ด้วยว่าภายในตู้คอนเทเนอร์มีอะไร หลังหลายปีที่ผ่านมา มีชาวประมงลากอวนติดกะโหลกมนุษย์ขึ้นมาด้วยหลายครั้ง เนื่องจากเชื่อว่าอาจจะเป็นสุสานกะโหลกของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 พ.ค. แพทย์ หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจพร้อมกับสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพเรือ และตำรวจน้ำ สนับสนุนอำนวย ความสะดวกให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพบตู้คอนเทเนอร์ปริศนาในทะเลหลายตู้ และหัวกะโหลกที่เรือลากอวนได้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” และประชาชนทั้งในและต่างประเทศ เพราะขณะนี้มีกระแสข่าวแรงมากจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว
แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์กล่าวต่อว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางมาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อประสานกับ พล.ร.ท.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และได้ประชุมวางแผนร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ ทัพเรือภาคที่ 1 หมวดประดาน้ำและจู่โจม กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมอุทกศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ มูลนิธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพบโครงกระดูก หัวกะโหลก ผลสรุปได้ว่า ทัพเรือภาคที่ 1 ให้การสนับสนุนอากาศยานชนิด ซีฮอว์ค และซูเปอร์ลิงค์ เรือรบ เรือช่วยรบ เรือเครนยกวัตถุหนักในทะเล ห้องแชมเบอร์ปรับอากาศแรงดันสูง โดยใช้เรือหลวงวังนอกเป็นฐานปฏิบัติการตรวจพิสูจน์ตู้คอนเทเนอร์ เรือตรวจการณ์หมายเลข 93 เป็นเรือสนับสนุนการค้นหา และเรือตรวจการณ์หมายเลข 224 ร่วมการพิสูจน์
ด้าน พล.ร.ท.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เปิดเผยว่า พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ได้ให้นโยบายสนับสนุนยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ของทัพเรือภาคที่ 1 ให้กับ คณะทำงานของแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อย่างเต็มที่ เบื้องต้นได้หารือกันในแนวทางการค้นหาตู้คอนเทเนอร์ตามพิกัด 5 จุด จุดแรกเป็นจุดที่อยู่ใกล้ที่สุด ห่างจากชายฝั่งประมาณ 18 ไมล์ ความลึกไม่มาก ง่ายต่อการปฏิบัติงาน เพราะขณะนี้ทัศนวิสัยทางอากาศ และทางทะเลไม่เอื้ออำนวยให้บินสำรวจ ดำน้ำ และเดินทาง แต่จะดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจว่า กองทัพเรือมิได้นิ่งดูดายในการตรวจสอบ เมื่อมีหน่วยงานขอรับการสนับสนุนและรัฐบาลเห็นชอบก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อบอกประชาชนให้ได้ว่าภายในตู้คอนเทเนอร์มีอะไร
“คาดว่าต้องใช้เวลาในการพิสูจน์พอสมควร เพราะต้องยกคอนเทเนอร์ขึ้นมาบนเรือขนาดใหญ่ เราจึงต้องเตรียมการให้พร้อมทั้งหมด ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นสารเคมีอันตรายอยู่ภายในก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือ 3 ลำให้การสนับสนุนคณะของหมอพรทิพย์แล้ว” พล.ร.ท.ชัยวัฒน์ ย้ำ
ต่อมาแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ พร้อมคณะจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เดินทางไปยังหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบเพื่อตรวจสอบหัวกะโหลกที่ชาวประมงพบก่อนหน้านี้ โดยมีนายบรัศ บุญบรรเจิดศรี รองประธานมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ จากการตรวจสอบพบว่าหัวกะโหลกดังกล่าวมีเพรียงและหอยเกาะอยู่เป็นจำนวนมาก ยากต่อการตรวจสอบ เพราะไม่มีเนื้อเยื่อและเส้นผม เบื้องต้นกะโหลกน่าจะมีอายุประมาณ 30-40 ปี ยังระบุเพศไม่ได้ จากนั้นจะไปสำรวจที่สุสานเก็บศพไร้ญาติ วัดช่องแสมสาร เพราะมีลูกเรือประมงนำหัวกะโหลก มาถวายวัดไว้จำนวนมาก ถ้าทางวัดยังไม่เผาก็จะได้เก็บไว้ตรวจพิสูจน์ต่อไป.
อ่านต่อที่ : ส่งหมอพรทิพย์ลุย พิสูจน์กะโหลกในคอนเทเนอร์
สั่งตายเสี่ยรัว5นัดซ้อนสยองคาวัด2ปมสังหาร พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: การเมือง, ขับรถ, ชุดซาฟารี, ทำธุรกิจ, ที่, ธุรกิจ, บ้านเลขที่, พลเมืองดี, พื้นที่, มือปืน, ยิงกัน, ร่วมงานศพ, หลบหนี, เก็บไว้, ในรถ
add a comment
สั่งตายเสี่ยรัว5นัดซ้อนสยองคาวัด2ปมสังหาร
สั่งตาย “เสี่ยค้าไม้ยูคาฯ” ดับสยองคาวัด หลังมาร่วมงานศพแม่เพื่อน ขณะเดินมาขึ้นรถปิกอัพจะกลับบ้าน ถูกมือปืนชุดซาฟารี เดินมาชักปืนกระหน่ำยิงไม่ยั้ง 5 รัดซ้อน ก่อนวิ่งไปขึ้นรถจยย.ที่เพื่อนติดเครื่องรออยู่หลบหนี ตำรวจตั้ง 2 ปมฆ่า การเมืองท้องถิ่น-ขัดธุรกิจ สงสัยถูกบงการเก็บ
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. พ.ต.ท.ภุชงค์ ศรีวิสิฐศักดิ์ สวส.สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เปิด เผยว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา รับแจ้งมีเหตุยิงกันบริเวณลานวัดปลั่งเจตนาราษฎร์ หมู่ 13 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุทธิวงษ์ ผกก. พ.ต.ต.เศฎฐพงศ์ สุประเพียร สว.สส. และ ฝ่ายสืบสวน ที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือดเล็กน้อย เพราะถูกสายฝนที่ตกปรอย ๆ ชะล้างออกไป และพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ซูเปอร์ตกอยู่ 5 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งรพ.พัฒนานิคม ไปแล้วคือนายภมร บุญฉาบพา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/2-3 หมู่ 9 ต.พัฒนานิคม ถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย 3 นัด แขนซ้าย 1 นัด และโคนขาซ้าย 1 นัด รวม 5 นัด เสียชีวิตตั้งแต่ในที่เกิดเหตุ แล้ว แต่พลเมืองดีที่นำส่งไม่ทราบ ในที่เกิด เหตุยังพบรถปิกอัพ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กจ 9748 ลพบุรี ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ ภายในรถพบปืนขนาด 11 มม.
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายทำธุรกิจค้าไม้ยูคา หล่อเสาและทำท่อปูน ชอบเล่นการเมืองท้องถิ่น โดยเคยลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบจ. และสมาชิกสภาเทศบาล หรือ ส.ท. แต่สอบตก ก่อนเกิดเหตุขับรถไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพมารดาของเพื่อนที่วัด ขณะกำลังเดินลงมาที่ลานเพื่อขับรถกลับบ้าน ถูกคนร้ายเป็นชายสวมชุดซาฟารี สีกรมท่า สวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาชักปืนจ่อยิงผู้ตายจนล้มลงกับพื้น ก่อนจะยิงซ้ำอีกหลายนัด ต่อหน้าชาวบ้านที่มาร่วมงานศพ จากนั้นคนร้ายรีบวิ่งไปขึ้นรถจยย. ที่เพื่อนติดเครื่องรอไว้บริเวณหน้าวัดหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นสังหารไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากผู้ตายจัดทีมเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ท.ในพื้นที่ และเรื่องขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยเชื่อว่าคนร้ายจะถูกจ้างวานมาสังหารผู้ตาย ซึ่งตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงและตามจับกุมคนร้าย รวมทั้งผู้บงการมาดำเนินคดีต่อไป.
อ่านต่อที่ : สั่งตายเสี่ยรัว5นัดซ้อนสยองคาวัด2ปมสังหาร
เผยผลแล็บผู้ป่วย”เฝ้าระวัง”ที่อยุธยาเป็นไข้หวัดธรรม พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, กระทรวงการต่างประเทศ, คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ประเทศสหรัฐอเมริกา, ประเทศไทย, วัคซีนไข้หวัดใหญ่, องค์การอนามัยโลก, โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่, โรงพยาบาลศิริราช, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
add a comment
เผยผลแล็บผู้ป่วย”เฝ้าระวัง”ที่อยุธยาเป็นไข้หวัดธรรม
เผยผลแล็บผู้ป่วยเฝ้าระวังหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่อยุธยาเป็นแค่หวัดธรรมดา ตามฤดูกาล ขณะที่ “สธ.”คาดพบผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศได้อีก “วิทยา” ฟุ้ง “มาร์กาเร็ต ชาน” อยากคุยด้วย สนใจ อสม.ไทย “ศิริราช” เจ๋ง ตรวจยืนยันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก่อนส่งต่อ ซีดีซี.ยันซ้ำ เผยศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจลึกถึงสายพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ พร้อมส่งตัวอย่างไปยังธนาคารยีน มะกัน ด้าน “หมอประเสริฐ” ชี้ ต้องมีโรงงานผลิตวัคซีนไว้ใช้เอง ด้าน กต.-สธ.แจงสถานการณ์หวัดใหญ่ 2009 ต่อ ทูต ตปท. ย้ำแนวทางการป้องกัน-ความร่วมมือประเทศภูมิภาค
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขได้ประเมินทางวิชาการ คาดไทยมีแนวโน้มอาจพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่มาจากต่างประเทศรายใหม่ได้อีก กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้มาตรการแซนด์วิช เพื่อค้นหาผู้ป่วยให้พบอย่างรวดเร็ว ให้การดูแลรักษาและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด โดยคงมาตรการ เฝ้าระวังโรคในกลุ่มที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคนที่ด่านตรวจโรคประจำสนามบิน ด่านพรม แดนต่าง ๆ และการค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านชุมชน และที่โรงพยาบาล คลินิก โรงพยาบาลเอกชน อย่างเข้มแข็ง
ทั้งนี้ที่ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณ ภูมิ ได้เพิ่มกำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำการจากวันละ 60 คน เป็นวันละเกือบ 100 คน ตลอด 24 ชั่วโมง และให้มีระบบการเชื่อมโยงส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยในรายที่มีไข้และเดินทางกลับจากต่างประเทศให้พื้นที่ต่าง ๆ ได้ติด ตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เล็ดลอดแม้แต่รายเดียว และให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วออกติดตามผู้ป่วยที่บ้านทันที ส่วนสถานพยาบาล ต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิกทั่วประเทศ ให้เพิ่มการซักประวัติผู้ป่วยที่มีไข้ ไอ เจ็บคอหรือท้องเสีย อย่างถี่ถ้วนโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งหมด
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่จะเดินทางไปประชุมสมัชชาอนามัยโลก ที่นครเจนีวาในเร็ว ๆ นี้ คงจะมีการรายงานผลการประชุมอาเซียนบวก 3 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพให้ที่ประชุมทราบ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคในประเทศไทย รวมทั้งการ ตั้งรับกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรค เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่า พญ.มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก อยากพูดคุยกับตน เนื่องจากประเทศไทยมี ความกระตือรือร้นในการระวังภัย โดยเฉพาะ การจัดประชุมอาเซียนที่ผ่านมา ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนเคยพบกับ พญ.มาร์กาเร็ต ชาน มาแล้วซึ่งได้ให้ความสนใจการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขของไทย (อสม.) ซึ่งต้องยอมรับว่า อสม.ไทยเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรม การศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับ มาตรการการรักษา โดยจะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาการดื้อยา โดยในรายที่ผลการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ จะได้รับยา ต้านไวรัสทุกคน ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจยืนยันจะรู้ผลเร็ว เนื่องจากมีการทำงานเป็นเครือข่ายระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง ซึ่งทุกแห่งเป็นศูนย์ปฏิบัติ การอ้างอิงขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งศูนย์ ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย ทำ ให้ผลมีความแม่นยำ รู้ผลเร็วภายใน 48 ชั่วโมง
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) รายงานเมื่อเช้าวันนี้ (14 พ.ค.) ว่า ไทยถูกจัดอันดับประเทศพบยืนยันติดเชื้ออันดับที่ 33 และมี 8 ประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่ม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน สหราชอาณาจักร จีน โคลอมเบีย กัวเตมาลา ปานามา สำหรับผู้ป่วยชายอายุ 68 ปีที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นข่าวนั้น ล่าสุดได้รับรายงานผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่าผลการตรวจวิเคราะห์แล้วป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดบี ซึ่งเป็นไข้ตามฤดูกาล ไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด
ที่โรงพยาบาลศิริราช วันเดียวกัน ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในการแถลงข่าวเรื่อง “ศิริราชตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งแรกในประเทศไทย” โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ. ประเสริฐ ทองเจริญ นายกสมาคมไวรัสวิทยา แห่งประเทศไทยและประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ศ.พญ.รวงผึ้ง สุทเธนทร์ หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา และ ศ.ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย และอาจารย์ ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในฐานะที่เป็นห้องปฏิบัติการคู่ขนานกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจวิเคราะห์เชื้อก่อ โรคอุบัติใหม่ เช่น เอดส์ ซาร์ส และไข้หวัดนก มากว่า 10 ปี ดังนั้นภายหลังจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจพบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงได้ส่งตัวอย่างเชื้อที่สงสัยมายังศิริราชเพื่อทำการตรวจเพื่อยืนยัน เนื่องจากศิริราชได้มีการศึกษาวิจัยเชื้อไข้หวัดใหญ่และได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงมานานกว่า 30 ปี จากนั้นจึงทำการส่งต่อตัวอย่างเชื้อเพื่อไปเปรียบเทียบที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ หรือ ซีดีซี เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ส่วน ศ.ดร.พิไลพันธ์ กล่าวว่า เมื่อรับตัวอย่างเชื้อจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางศิริราชได้ทำการตรวจทางอณูชีววิทยาถึง 3 ระดับ คือ ระดับแรกเป็นการตรวจดูว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอหรือไม่ ระดับที่ 2 เป็นการตรวจดูว่าเชื้อหวัดดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ไข้หวัดธรรมดาหรือสายพันธุ์ใหม่ ระดับที่ 3 เป็นการนำมาวิเคราะห์ นิวคลิโอไทด์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่คือหน่วยย่อยของสายพันธุกรรมของเชื้อที่เล็กที่สุด เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอีกหรือไม่ ซึ่งผลพบว่าไม่แตกต่างจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาด อยู่ทั่วโลกขณะนี้ “ขณะนี้ทางศิริราชได้ส่งนิวคลิโอไทด์ไปยังธนาคารกลางเก็บตัวอย่างเชื้อไวรัสที่สหรัฐแล้ว จำนวน 4 ยีน และกำลังทยอยส่งเพิ่ม เติมอีก 4 ยีน คาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า”
ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับเชื้อที่ได้มานี้ทางศิริราชจะนำมาวิจัยต่อยอดทั้งในส่วนของการพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ การพัฒนาวัคซีน และยาต้านไวรัสสำหรับเชื้อตัวนี้ รวมถึงการตรวจสอบการดื้อยา “เท่าที่ทราบองค์การอนามัยโลกอยู่ระหว่างการวิจัยวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยจะใช้เวลา 4-6 เดือนในการคิดค้นพัฒนาจึงจะได้วัคซีนต้นแบบเพื่อนำมาผลิตวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันโรคที่เป็นการถ่ายเทคโนโลยีให้กับเอกชน รวมแล้วใช้เวลากว่า 1 ปี และเมื่อเอกชนผลิตจะสามารถผลิตได้เพียงแค่ 460 ล้านโด๊สเท่านั้น ซึ่งประเทศที่เป็นผู้ผลิตจะกักตุนวัคซีนเพื่อใช้ในประเทศให้เพียงพอก่อนขายให้กับประเทศอื่น ๆ ดังนั้นโอกาสที่ไทยจะซื้อวัคซีนนี้ได้จึงเป็นไปได้ยากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง ดังนั้นจำเป็นที่เราต้องมีโรงงานผลิตวัคซีนไว้ใช้เอง ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของประเทศด้วย”
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่าง ประเทศ พร้อมด้วย นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ นายคำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และนายทวี โชติพิทยะสุนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันบรรยายสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ต่อคณะทูตานุทูตที่ ประจำในประเทศไทย โดยมีคณะทูตจาก 32 ประเทศ และตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ 5 องค์กร เข้าร่วมรับฟัง นพ.ศุภมิตร กล่าวว่า ได้สรุปภาพรวมของสถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมกับผลสรุปของการประชุมสมัยพิเศษรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ว่าประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการป้องกันอย่างไร เพื่อรับมือกับปัญหา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเพราะทุกประเทศเข้าใจดีถึงความตั้งใจการทำงานที่มีอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจาก กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียมว่า นายลอว์ เรตต์ ออนเคลิงค์ รมว.สาธารณสุขเบลเยียมแถลงว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รายแรกของประเทศ และยังเป็นประเทศล่าสุดของโลก ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ซึ่งระบุว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสทั่ว โลกแล้ว 6,497 ราย และเสียชีวิต 65 ศพ ใน 33 ประเทศทั่วโลก ซึ่งยังไม่นับเบลเยียม โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นชายวัย 28 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองเกนต์ และเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงบรัส เซลส์หลังมีอาการป่วยและตรวจพบการติดเชื้อ
ส่วนที่ประเทศจีน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกรุงปักกิ่งและมณฑลชานตง ได้เร่งติดตามหาตัวผู้โดยสารร่วมมาบนเครื่องบินและรถไฟขบวนเดียวกันกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นนักศึกษาชายชาวจีนวัย 19 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศแคนาดา ด้วยเครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์แคนาดาถึงกรุงปักกิ่ง และรถไฟจากกรุงปักกิ่งไปยังเมืองจี่หนานมณฑลชานตง ซึ่งมีผู้โดยสารประมาณ 20 คนที่ทางการจีนต้องการพบตัวเพื่อนำมาตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ นับเป็นมาตรการคุมเข้มเพื่อป้อง กันการแพร่ระบาด หลังจากที่จีนโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าดำเนินการล่าช้าในการป้องกันโรคซาร์สเมื่อ 6 ปีก่อน.
อ่านต่อที่ : เผยผลแล็บผู้ป่วย”เฝ้าระวัง”ที่อยุธยาเป็นไข้หวัดธรรม
ปชป.อ้าง”งบปลูกป่า”ส่อพิรุธ พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: ผู้จัดการ, โครงการ, กรมอุทยานแห่งชาติ, สิ่งแวดล้อม, อุทยานแห่งชาติ, กรมอุทยาน, พรรคประชาธิปัตย์, ภาวะโลกร้อน, ต้นกล้า, การบริหารจัดการ, พื้นที่, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เพาะต้นกล้า, สภาวะโลกร้อน, ลดภาวะโลกร้อน
add a comment
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงโครงการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนว่า ให้หน่วยราชการที่จะเสนอทำโครงการแจ้งคณะกรรมาธิการว่าต้องใช้งบประมาณเท่าใด และจะทำอะไรบ้าง โดยทุกหน่วยเสนอมาแล้วโดยใช้เงินประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปลูกป่าและงานรณรงค์ ส่วนหน่วยงานที่คณะกรรมาธิการฯ ติดใจมากที่สุดคือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์เสนอโครงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนเพื่อลดภาวะโลกร้อน โดยการปลูกป่า 1 แสนไร่ ใช้งบประมาณ 330 ล้านบาท สำหรับโครงการนี้มีมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 แต่แผนดังกล่าวถูกชะลอและเพิ่งจะถูกอนุมัติ เมื่อเดือน เม.ย. 2552 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้จะต้องเสร็จภายในปีงบประมาณนี้คือ ก่อนวันที่ 30 ก.ย. 2552 แต่เวลานี้กรมอุทยานฯยังไม่ได้เตรียมการเพาะพันธุ์กล้าไม้เพื่อนำมาปลูกแต่อย่างใด
นายนริศกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการนี้ต้องเตรียมกล้าไม้จำนวนมาก ตามหลักวิชาการแล้วเมื่อจะเพาะกล้าไม้เพื่อนำมาปลูกนั้นต้องเตรียมการเก็บเมล็ดไม้ซึ่งต้องใช้เวลา 3-4 เดือน คือประมาณ เดือน พ.ย.-ม.ค. เมื่อได้เมล็ดไม้แล้วจึงนำไปเพาะต้นกล้า ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 5-10 เดือน แต่จะให้ดีได้ต้นกล้าที่แข็งแรงที่สุดต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่นี่กรมอุทยานฯ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย จึงอยากให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ ร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบว่ามีเอกชนใดที่จะเข้าร่วมโครงการนี้หรือไม่ เพราะตนไม่เชื่อว่าจะมีเอกชนใดที่จะสามารถเพาะกล้าไม้ได้เพียงพอกับงบประมาณที่ตั้งไว้ได้ทันเวลา
นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า หลังจากเข้ามาเป็นอธิบดีเมื่อเดือน ก.พ. ตนได้ขอชะลอโครงการนี้ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าบางพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์อยู่แล้วจึงเปลี่ยนใหม่ โดยให้มีการสำรวจจากดาวเทียมและกูเกิล เอิร์ธ ว่าพื้นที่ใดบ้างที่ถูกบุกรุกจนป่าเริ่มเสื่อมโทรม รวมทั้งให้คนในพื้นที่ที่เห็นว่าที่ของตัวเองมีปัญหาขอเข้าร่วมโครงการเอง หากตรวจสอบพบว่าเหมาะสมก็จะอนุมัติ ซึ่งทั้งหมดยังไม่ครบ 1 แสนไร่ ได้แค่ 9 หมื่นไร่เศษ ๆ เท่านั้น ที่เหลือจะไปปลูกป่าชายหาด และปลูกป่าพืชอาหารช้าง โดยคนในพื้นที่จะเป็นผู้จัดการ บางพื้นที่ก็เพาะต้นกล้าเอง ซึ่งเขาเตรียมไว้ตั้งแต่เดือน ม.ค.แล้ว หรือบางพื้นที่อาจจะซื้อ โดยทุกขั้นตอนแจกแจงรายละเอียดได้ทั้งหมด เรื่องที่กรรมาธิการฯ จะตรวจสอบนั้นไม่มีปัญหาอะไร สามารถตรวจสอบและชี้แนะได้ตลอดเวลา เพราะเราโปร่งใสอยู่แล้ว.
อ่านต่อที่ : ปชป.อ้าง”งบปลูกป่า”ส่อพิรุธ
กมธ.ป.ป.ช.เดินหน้า-สอบแป๊ะเจี๊ยะขู่ได้ข้อมูลไม่ครบส่งปปง.ร่วมฟัน พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: กรมการปก, กรมการปกครอง, การรับสมัคร, การศึกษา, การศึกษาขั้นพื้นฐาน, การเงิน, การเรียน, คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา, ชาญชัย อิสระเสนารักษ์, ทางการ, พรรคประชาธิปัตย์, สภาผู้แทนราษฎร, เรียนฟรี, โรงเรียน, โรงเรียนนายอำเภอ
add a comment
กมธ.ป.ป.ช.เดินหน้า-สอบแป๊ะเจี๊ยะขู่ได้ข้อมูลไม่ครบส่งปปง.ร่วมฟัน
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่รัฐสภา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการศึกษาการเรียนฟรี แต่ต้องเสียค่า “แป๊ะเจี๊ยะ” ในการรับนักเรียนเข้าเรียนในปีการศึกษาปี 2552 รวมถึงการคัดเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนนายอำเภอ ที่มีการทุจริตรายละ 800,000 บาท โดยในสัปดาห์หน้าจะเชิญคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มาชี้แจงขั้นตอนการรับสมัครว่าทำไมยังมีการเรียกเก็บค่าแป๊ะเจี๊ยะ รวมทั้งเชิญอธิบดีกรมการปกครองเพื่อสอบถามข้อมูลหลักเกณท์ในการรับสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนนายอำเภอ การตรวจสอบจะไม่คำนึงว่าจะกระทบกับใคร หากรู้ว่าใครรับเงินจะสอบสวนให้ถึงต้นตอ ถ้าทำไม่ได้ก็จะใช้กระบวนการของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าสอบเส้นทางการเงิน และหากเจอตอก็ต้องขุด ถ้าขุดไม่ได้ก็ต้องเผาทิ้ง เพราะถือว่าพวกนี้ทำลายบ้านเมือง.
อ่านต่อที่ : กมธ.ป.ป.ช.เดินหน้า-สอบแป๊ะเจี๊ยะขู่ได้ข้อมูลไม่ครบส่งปปง.ร่วมฟัน
รายงานสถานการณ์ร้อน:”เกาเหลาข้าวโพด”สังคมไทยได้ประโยชน์ พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in ทั่วไป.Tags: ความขัดแย้ง, นางพรทิวา, นางพรทิวา นาคาศัย, นายกรัฐมนตรี, นายอภิสิทธิ์, พรทิวา นาคาศัย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคร่วมรัฐบาล, พรรคเพื่อไทย, สภาผู้แทนราษฎร, สังคมไทย, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อภิสิทธิ์, อภิสิทธิ์ เวช, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
add a comment
รายงานสถานการณ์ร้อน:”เกาเหลาข้าวโพด”สังคมไทยได้ประโยชน์
“งามหน้า” กันไปทั้งสภาไทยอีกครั้ง สำหรับการประชุมร่วม 2 สภาเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่เกิดเหตุการณ์ “ฝ่ายค้าน-รัฐบาล” ปรี่เข้าหากัน หมายที่จะทำร้ายร่างกาย
ไม่ใช่ครั้งแรกของสภาที่มีเหตุการณ์ในลักษณะ “เยี่ยงนี้” หากย้อนไปจะพบว่า สภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้มีเหตุการณ์ในลักษณะที่เรียกว่าไม่ใช่วิสัยของ “ผู้เจริญด้วยปัญญา” เขาทำกัน
ตั้งแต่กรณี นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน ประชาธิปัตย์ กับนายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย มาจนถึงกรณีให้ “ของลับ” ที่นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้รับ จนมากรณีล่าสุดนาย สมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กับนายอภิชาต สภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรค ประชาธิปัตย์
ยังไม่นับกรณี น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ ที่ถูกขู่กลางสภาว่า “ระวังโดนเตะ”
เหล่านี้สะท้อนพฤติกรรมส่วนบุคคลของ “ผู้ทรงเกียรติ” ได้เป็นอย่างดี
ความขัดแย้งระหว่างตัวบุคคลในสภานั้นเกิดขึ้นได้แต่ไม่ส่งผลสะเทือนมาก ไม่เหมือนความขัดแย้งใน “พรรคร่วมรัฐบาล”
ที่ล่าสุดมีศึก “เกาเหลาข้าวโพด” ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย
ด้านหนึ่งคือ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กับอีกด้านคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
แต่หากย้อนเรื่องจะพบว่า คู่ขัดแย้งกับนางพรทิวานั้นหาใช่นายอภิสิทธิ์แต่เป็นกับ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ซะมากกกว่า
ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความไม่พอใจกันขึ้น ก่อนหน้านี้พรรคชาติไทยพัฒนาที่มี นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ ก็ “อึดอัด” กับการถูก “หั่น” งบประมาณด้านท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับมีข่าวว่ากำลัง “ซดเกาเหลา” กับนายกอร์ปศักดิ์
จากนั้นก็เกิดกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลยื่นข้อเสนอปรับ นายกอร์ปศักดิ์ พ้นตำแหน่งรองนายกฯ ดูแลเศรษฐกิจ
ว่ากันว่า คนดูแลงบประมาณประเทศที่ดีคือคนที่รัฐมนตรีใน ครม. ไม่ชอบขี้หน้ามากที่สุด ด้วยเหตุว่า คนผู้นี้จะทำหน้าที่ “ตรวจสอบ” การใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด
ความ “ขัดแย้ง” ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่สังคมได้ประโยชน์ อย่างน้อยก็ดีกว่าปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาล “สมานฉันท์” กันซะจนอิ่มแปล้
จะถูก-จะผิดอย่างไรฟ้องประชาชนไปเลย “ข้อเท็จจริง” จะได้ปรากฏ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “ผู้จัดการรัฐบาล” ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ไว้ว่า “ขณะนี้เราอยู่มาได้ 4 เดือนกว่าแล้ว”
หนักและเหนื่อยเหลือเกินสำหรับนายอภิสิทธิ์.
อ่านต่อที่ : รายงานสถานการณ์ร้อน:”เกาเหลาข้าวโพด”สังคมไทยได้ประโยชน์
“เดอะมอลล์”ปลื้มบัตรเครดิตโต20% พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.Tags: 000, การขาย, การตลาด, การท่องเที่ยว, การส่งเสริมการขาย, การเมือง, ซื้อของ, ซื้อบัตร, บัตรเครดิต, ปัญหาการเมือง, ผู้จัดการ, พารากอน, รายการ, สยามพารากอน, เดอะมอลล์
add a comment
“เดอะมอลล์”ปลื้มบัตรเครดิตโต20%
นางณัฐมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่สายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกมีจำนวนผู้ถือบัตรเครดิต ซิตี้ เอ็ม วีซ่า อยู่ที่ 150,000 บัตร หรือเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกัน 20% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา เดอะมอลล์ ได้จัดรายการส่งเสริมการขายของบัตรเครดิตหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการซื้อบัตรของขวัญและผ่อนชำระ 6 เดือน 0% ทำให้ยอดซื้อผ่านบัตรในเดือนเม.ย.-พ.ค. เพิ่มขึ้นกว่า 400% ส่วนการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบัตรต่อเดือนอยู่ที่ 13,000-14,000 บาท
“พฤติกรรมของลูกค้าที่ซื้อของผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะเห็นได้ปีที่ผ่านมามียอดซื้อภายในห้างฯ แบ่งเดอะมอลล์ 45% ส่วน สยามพารากอน และดิเอ็มโพเรียมอยู่ที่ 55% ปีนี้เพิ่มเป็น 60% นอกจากจะมีแคมเปญของบัตร ซิตี้ เอ็ม วีซ่า แล้ว เครือเดอะมอลล์ยังได้ร่วม มือกับบัตรเครดิตเจ้าอื่นเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเมือง การระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่หรือการท่องเที่ยว ไม่ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอย ภายในห้าง เดอะมอลล์เฉลี่ยมีคนเดินวันละ 50,000 ราย มีซื้อของในซูเปอร์มาร์เกต 500 บาท ต่อใบเสร็จ และในห้างฯเฉลี่ยที่ 1,500-1,800 บาทต่อใบเสร็จ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกัน 5%.
อ่านต่อที่ : “เดอะมอลล์”ปลื้มบัตรเครดิตโต20%
วธ.ปลูกต้นกล้าอาชีพศิลปวัฒนธรรม พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in คุณภาพชีวิต.Tags: โครงการ, การศึกษา, การทำงาน, ศิลปวัฒนธรรม, อาชีพ, ว่างงาน, โครงการต้นกล้าอาชีพ, ต้นกล้าอาชีพ, โครงการต้นกล้า, ต้นกล้า, ฝึกอบรม, วิทยาลัยนาฏศิลปศาลายา, การออกแบบผลิตภัณฑ์, การออกแบบ, นาฏศิลป์ไทย
add a comment
วธ.ปลูกต้นกล้าอาชีพศิลปวัฒนธรรม
นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการต้นกล้าอาชีพศิลปวัฒนธรรม ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ว่า โครงการนี้เป็นโครงการตาม นโยบายต้นกล้าอาชีพของรัฐบาล ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ว่างงานจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ตกต่ำ รวมถึงช่วยเหลือผู้ที่สำเร็จการศึกษาใหม่กว่า 1 ล้านคน ซึ่งจากการเปิดรับสมัครผู้ว่างงานและบัณฑิตจบใหม่เข้ารับการอบรมงานอาชีพที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ปรากฏว่ามีกระแสการตอบรับดี โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้ารับการอบรมแล้วกว่า 500 คน
ด้าน นายกมล สุวุฒิโฑ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า สถาบันฯได้ของบประมาณดำเนินโครงการไว้ 100 ล้านบาท โดยจะเปิดอบรมในด้านนาฏศิลป์ ดนตรีคีตศิลป์ และช่างศิลป์ รวมทั้งสิ้น 28 หลักสูตร มีระยะเวลาอบรม 5 เดือน คือ ตั้งแต่ พ.ค.-ก.ย. 2552 ซึ่ง ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการอบรมไม่ต่ำกว่า 20 วัน ต่อเดือน หรือไม่ต่ำกว่า 120 ชั่วโมงต่อเดือน โดยสถาบันฯจะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่ผู้เข้าอบรมคนละ 160 บาทต่อวัน ค่าเดินทาง 30 บาทต่อวัน และเหมาจ่ายค่าพาหนะที่เดินทางมาจากภูมิลำเนาคนละ 1,000 บาท และเมื่อผ่านการฝึกอบรมแล้วจะได้รับหนังสือรับรองจากสถาบันฯ รวมถึงค่าเดินทางกลับภูมิลำเนาอีกคนละ 1,000 บาท และหากผู้ผ่านการอบรมกลับไปเขียนแผนการทำงานที่จะทำต่อไปในอนาคตก็จะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพเดือนละ 4,800 บาท เป็นระยะเวลา ไม่เกิน 3 เดือน
นายกมล กล่าวต่อไปว่า สถาบันฯจะเริ่มนำร่องจัดอบรมที่ส่วนกลาง ในเดือนพ.ค.นี้ โดยเปิดอบรม 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยช่างศิลปลาดกระบัง และ วิทยาลัยนาฏศิลปศาลายา ในหลักสูตรเทคนิคแต่งหน้าผู้แสดง การขับร้องเพลงไทย เพลงสากล การรำนาฏศิลป์ไทย การออกแบบผลิตภัณฑ์ คอม พิวเตอร์กราฟฟิก และเครื่องเคลือบดินเผา จาก นั้นในเดือนมิ.ย.-ก.ย.2552 จะขยายการอบรมไป ที่วิทยาลัยในภูมิภาคทั้ง 11 แห่ง ซึ่งผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tonkla-archeep.com
อ่านต่อที่ : วธ.ปลูกต้นกล้าอาชีพศิลปวัฒนธรรม
กศน.จัดมหกรรมสื่อเรียนรู้ พฤษภาคม 15, 2009
Posted by 1000thainews in คุณภาพชีวิต.Tags: การถ่ายภาพ, การฝึกอาชีพ, การศึกษา, การเตรียมตัวสอบ, การเรียน, การเรียนรู้, ทางการ, ภาษาต่างประเทศ, รถไฟฟ้าบีทีเอส, สถานีวิทยุ, สื่อการเรียนรู้, เทคนิคการถ่ายภาพ, เทคโนโลยีทางการศึกษา, เยอรมัน, เศรษฐกิจ
add a comment
นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบถึงประชาชนในวงกว้าง สำนักงาน กศน.จึงมอบหมายให้ศูนย์เทคโน โลยีทางการศึกษา จัดมหกรรม “สื่อเรียนรู้ สู้ภัยเศรษฐกิจ” โดยนำสื่อการศึกษาจากสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา หรือ สถานี ETV และ สถานีวิทยุศึกษามาให้บริการฟรีอย่างหลากหลาย อาทิ การฝึก ทักษะภาษาต่างประเทศ จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ การสอนเทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้อง ดิจิทัล รายการเพื่อสุขภาพ แพทย์แผนไทย สมุนไพร ติวเข้มโอเน็ต เอเน็ต แนะแนว “GAT, PAT กับการเตรียมตัวสอบ” โดยอาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ รวมถึงการฝึกอาชีพต่าง ๆ เป็นต้น
นายอภิชาติ กล่าวว่า ประชาชนที่สนใจสามารถเลือกชมสื่อการเรียนรู้ และเรียนฟรีได้ในงานมหกรรม “สื่อเรียนรู้ สู้ภัยเศรษฐกิจ” ในวันเสาร์ที่ 23 และวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2552 เวลา 09.00-17.00 น. ณ อาคารศูนย์ เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ใกล้สี่แยกพญาไท มีรถประจำทางที่ผ่าน คือ สาย 72, 92, 97, 201, ปอ.503, ปอ.538 หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีพญาไท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2354-5730-40 ต่อ 327-329, 414-415 หรือ www.cetet.org
อ่านต่อที่ : กศน.จัดมหกรรมสื่อเรียนรู้