jump to navigation

“บิ๊กปืนโต” ยังหนุน “เวนเกอร์” แม้ชวดแชมป์ 4 ปีติด พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in กีฬา.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

“บิ๊กปืนโต” ยังหนุน “เวนเกอร์” แม้ชวดแชมป์ 4 ปีติด
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกกีฬา | พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

ShowMemberLite()

\”บิ๊กปืนโต\” ยังหนุน \”เวนเกอร์\” แม้ชวดแชมป์ 4 ปีติด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 พฤษภาคม 2552 16:25 น.

\”เวนเกอร์\”

       ปีเตอร์ ฮิลล์-วูด ประธานสโมสร อาร์เซนอล เปิดเผยว่าทีมยังคงหนุนหลัง อาร์แซน เวนเกอร์ ต่อไปแม้ฤดูกาลนี้จะประสบความล้มเหลวอีกครั้งจนไม่คว้าแชมป์รายการใดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมยืนยันช่วงซัมเมอร์นี้จะมีเงินให้กุนซือเมืองน้ำหอมจับจ่ายใช้สอยเพื่อปรับปรุงทีมอย่างแน่นอน
       
       อาร์เซนอล เพิ่งตกรอบฟุตบอลยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ด้วยน้ำมือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่ากับหมดโอกาสต่อการลุ้นแชมป์รายการใดๆในฤดูกาลนี้และจะเป็นความล้มเหลวฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกันที่ไม่สามารถคว้าโทรฟี่รายการใดมาครองได้
       
       หลายคนตั้งคำถามถึงอนาคตของ เวนเกอร์ ที่เหลือสัญญาคุมทีมอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม อีกเพียงปีเดียว แต่ล่าสุด ฮิลล์-วูด ประธานสโมสรออกมายืนยันว่าทีมยังคงหนุนหลังโค้ชชาวฝรั่งเศสต่อไป
       
       \”อนาคตของ เวนเกอร์ ไม่มีปัญหา คงมีแต่คนที่ไม่ค่อยมีอะไรทำเท่านั้นจึงพยายามคาดเดาเรื่องนี้ไปต่างๆนานา เขาเหลือสัญญาอีกหนึ่งปีและหากเขาร้องขอให้มีการขยายสัญญาออกไปอีก เรามีความยินดีทำเช่นนั้นแน่นอน แต่ที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะมีเรื่องอื่นอีกหลายอย่างให้คิด \” บิ๊กบอสปืนโต เปิดเผย
       
       นอกจากนี้ ฮิลล์-วูด ยืนยันว่าสโมสรจะสนับสนุน เวนเกอร์ เกี่ยวกับการซื้อตัวผู้เล่นมาเสริมทัพเพื่อยกระดับทีมให้ดีขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้
       
       \”เราไม่เคยปฏิเสธ อาร์แซน ในคำขอซื้อผู้เล่นรายใดมาเสริมทัพ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราใช้เงินอย่างมากเพื่อซื้อตัว (อังเดร) อาร์ชาวิน และในช่วงซัมเมอร์นี้ยังมีเงินรออยู่หากเขาต้องการ\” ประธาน อาร์เซนอล เปิดเผย

อ่านต่อที่ : “บิ๊กปืนโต” ยังหนุน “เวนเกอร์” แม้ชวดแชมป์ 4 ปีติด

ผู้ค้าพัฒน์พงศ์แจ้งจับฉก.พาณิชย์ พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

ผู้ค้าพัฒน์พงศ์แจ้งจับฉก.พาณิชย์

กลุ่มผู้ค้าตลาดพัฒน์พงศ์ เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ชุดเฉพาะกิจปราบปราม กระทรวงพาณิชย์ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ภายหลังจากที่ในวันเดียวกันนี้ กลุ่มผู้ค้าได้ถูกเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ แจ้งความในข้อหาจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
 
นายอิทธิพล พรหมจรรย์ อายุ 30 ปี พ่อค้าขายเสื้อผ้าฝ้าย ในตลาดพัฒน์พงศ์ ซอย 1 เปิดเผยว่า ถูกเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ เข้ามายึดสินค้า โดยไม่มีการแยกแยะว่าสินค้าใดถูกกฎหมาย สินค้าใดผิดกฎหมาย ในช่วงเหตุการณ์ชุลมุน ตนถูกตีที่ศีรษะ และใบหูด้วยปืน และกุญแจมือ รวมทั้งถูกไม้ตีที่แขนซ้ายจนเป็นแผลช้ำ-บวมแดง ตามร่างกายยังมีบาดแผลจากการถูกตะลุมบอนด้วย และยังถูกยึดเอาโทรศัพท์มือถือไป 2 เครื่อง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า สินค้าที่จำหน่ายในตลาดพัฒน์พงศ์ มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฏหมาย  แต่หากเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการที่ละมุนละม่อม แยกแยะสินค้าก่อนตรวจยึด กลุ่มผู้ค้าก็คงไม่มีการประท้วง จนเกิดการปะทะกันขึ้น  

พ.ต.ท.เฉลิมพรรษ์ เปาอินทร์ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สน.บางรัก กล่าวว่า มีผู้ค้าตลาดพัฒน์พงศ์ 11 ราย แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจฯ ของกระทรวงพาณิชย์ รวม 5 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ / ร่วมกันลักทรัพย์ / ร่วมกันทำร้ายร่างกาย / พกพาอาวุธปืน / และยิงปืนในที่สาธารณะ ซึ่งตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน และสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ยืนยันไม่มีตำรวจในท้องที่ไปเข้าร่วมจับกุม เป็นการดำเนินการตามลำพังของกระทรวงพาณิชย์เอง

พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หรือ ปศท. กล่าวถึงขั้นตอนการเข้าตรวจค้นจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมาย การค้า ว่า ต้องเริ่มต้นจากการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว ตามที่ตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์มาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนและจัดกำลัง จากนั้น ต้องไปขอหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ ก่อนเข้าดำเนินการตรวจค้น โดยเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุต้องแสดงตัวพร้อมหมายค้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการค้น

อย่างไรก็ตาม  ในส่วนของการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 67 กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจในการตรวจสอบ ยึด และอายัด จากบุคคลที่กระทำความผิดได้ แต่ไม่ให้อำนาจในการจับกุมผู้กระทำผิด   ขณะที่ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 306 ทวิ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ในการจับกุมได้  แต่ขั้นตอนในการสืบสวนจับกุม ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมาย ป วิธีพิจารณาความอาญ
ว่าด้วยการค้น เช่นเดียวกับขั้นตอนของตำรวจ แต่ในส่วนของตำรวจ กฎหมายให้อำนาจกรณีมีผู้เสียหายมาแจ้งความ และที่เกิดเหตุไม่ใช่อาคาร สถานที่ สามารถเข้าตรวจค้นจับกุมได้ทันที โดยไม่ต้องมีหมายค้นจากศาล ดังนั้น กรณีที่เกิดขึ้นที่ตลาดพัฒน์พงศ์ ต้องตรวจสอบตั้งแต่จุดเริ่มต้นก่อนว่า เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจของกระทรวงพาณิชย์ มีการแสดงตัวและหมายค้น ก่อนเข้าตรวจค้นจับกุมหรือไม่.

อ่านต่อที่ : ผู้ค้าพัฒน์พงศ์แจ้งจับฉก.พาณิชย์

กรุงเทพธนาคมตั้งเป้ารถไฟฟ้าฝั่งธนฯรายได้ปีละ200ล. พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

กรุงเทพธนาคมตั้งเป้ารถไฟฟ้าฝั่งธนฯรายได้ปีละ200ล.

ที่สำนักการจราจรและขนส่ง เขตดินแดง มีพิธีลงนามสัญญาจ้างบริหารจัดการเดินรถโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ระหว่าง กรุงเทพมหานคร โดยนายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง นายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด โดยมีนายอาณัติ อาภาภิรมย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอส ผู้แทนบริษัท บอมบาดิเอร์ จำกัด และผู้แทนจากกลุ่มบริษัท AAT ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายจุมพล กล่าวว่า สำหรับสัญญาจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายฝั่งธนบุรี ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร มูลค่า 850 ล้านบาท ระยะเวลาสัญญา 3 ปี โดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จะรับหน้าที่ในการจัดหาและติดตั้งระบบตั๋ว เตรียมความสมบูรณ์ของสถานี ระบบและบุคลากรในการเดินรถ ซึ่งในส่วนของการเดินรถจะมีการจ้างบริษัท บีทีเอส เป็นผู้ให้บริการวงเงินค่าจ้าง 450 ล้านบาท

นายจุมพล กล่าวว่า สำหรับประมาณการรายรับจากค่าโดยสารในเส้นทางนี้ของ กทม. คาดว่าจะมีผู้โดยสารในระบบมากกว่า 10 ล้านเที่ยวการเดินทาง/ปี คิดเป็นค่าโดยสารขั้นต่ำ 200 ล้านบาท/ปี ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่า กทม.น่าจะมีรายรับจากค่าโดยสารสูงกว่าค่าจ้าง อย่างไรก็ตาม กทม.ในฐานะหน่วยงานรัฐไม่แสวงหาเรื่องผลประโยชน์ แต่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลระบบให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้เป็นภาระในการจัดสรรงบประมาณ

นายอมร กล่าวว่า บริษัทขอยืนยันว่ามีความพร้อมในการเข้ามาดำเนินโครงการ และมีความพร้อมด้านสถานะทางการเงินและบุคลากร ส่วนการว่าจ้างบริหารจัดการระบบมีค่าใช้จ่ายสูงสุด คืองานจ้างบริษัท บีทีเอส ทั้งนี้ยืนยันว่าจะมีการเบิกงบประมาณผ่าน กทม.อย่างถูกต้องโปร่งใส ซึ่งวิธีการจ้างลักษณะนี้เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานดำเนินการอยู่เช่นกัน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ของ รฟม. ที่มีการแบ่งการบริหารจัดการออกจากการรับเงินค่าโดยสาร แต่ค่าโดยสารเป็นของภาครัฐ ขณะที่รัฐจ้างเอกชนเข้ามารับสัมปทานแทน ระบบใหม่นี้จะทำให้มีความยืดหยุ่นด้านราคา เพราะรัฐสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารได้ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างแก่บริษัท บีทีเอส ในวงเงิน 450 ล้านบาทนั้น บริษัทได้จ้างทีมที่ปรึกษาทำการวิเคราะห์ พร้อมอ้างอิงตัวเลขพื้นฐานจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย(เอดีบี) โดยมีหลักการคำนวณ คือ นำตัวเลขจำนวนรถที่วิ่ง เวลา และระยะทาง มาเป็นตัวคิดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการขอต่อรองกับบีทีเอส ซึ่งจนถึงวันนี้การเจรจาได้วงเงินที่ต่ำกว่าที่สบน.กำหนดไว้

นายอาณัติ กล่าวว่า อัตราค่าจ้างที่ได้รับจากบริษัท กรุงเทพธนาคม เป็นอัตราที่บริษัทคิดจากต้นทุนที่แท้จริง ไม่ได้คิดบวกกำไรทางธุรกิจ แต่บริษัทคาดว่าจะได้รับประโยชน์ทางธุรกิจจากจำนวนผู้โดยสารที่ประมาณการว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น 50,000 คน/วัน

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า จากนี้ไปบริษัท กรุงเทพธนาคม จะต้องดำเนินการบริหารจัดการเดินรถโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม เพื่อให้สามารถวิ่งรถบริการประชาชนโดยไม่เก็บค่าโดยสารในวันที่ 15 พ.ค. ทั้งนี้ยืนยันว่าแม้การลงนามเซ็นสัญญาจะล่าช้าจากที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 พ.ค. ก็จะไม่ทำให้มีปัญหาต่อการเดินรถแต่อย่างใด กทม.ยังสามารถที่จะเปิดเดินรถในวันดังกล่าวได้อย่างแน่นอน

ส่วนที่มีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงในเรื่องสถานะของบริษัท กรุงเทพธนาคม และความไม่เชี่ยวชาญในการบริหารงานด้านต่างๆ ของบริษัทนั้น ยืนยันว่าคณะกรรมการบริหารกรุงเทพธนาคม ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลายคน เช่น นายดุสิต นนทะนาคร นายมานพ พงศทัต และ ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ จึงไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของราคาค่าโดยสารนั้น กทม.จะเก็บหลังจากเปิดวิ่งบริการฟรีเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นประมาณวันที่ 13 ส.ค. จึงจะเริ่มเก็บค่าโดยสาร ซึ่งค่าโดยสารจะยังคงอัตราเดิมคือ เริ่มที่ 15 บาท และอัตราสูงสุดที่ 40 บาท

อ่านต่อที่ : กรุงเทพธนาคมตั้งเป้ารถไฟฟ้าฝั่งธนฯรายได้ปีละ200ล.

เตือนอาการ พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in เทคโนโลยี.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

เตือนอาการ
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | ข่าว

ข่าว Press Release

ShowMemberLite()

เตือนอาการ
อ่านต่อที่ : เตือนอาการ

เครือข่ายองค์กรประชาชนร้องสภาเลื่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in การเมือง.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

เครือข่ายองค์กรประชาชนร้องสภาเลื่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ

เครือข่ายองค์กรประชาชนร้องสภาเลื่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ

รัฐสภา 7 พ.ค.- ตัวแทนเครือข่ายองค์กรประชาชนและคณะทำงานติดตามร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ 17 องค์กร ประมาณ 20 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ในวาระการประชุมสมัยสามัญทั่วไปนี้ และขอให้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนต่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจากเครือข่ายและองค์กรเกษตรทุกระดับ โดยให้ความสำคัญกับเกษตรกรรายย่อย และนำความเห็นมาปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง

ด้านนายชัย กล่าวว่า สภาฯ ได้ทราบถึงปัญหาของเกษตรกรแล้ว โดยตนได้บรรจุวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว แต่ได้สั่งเลื่อนการพิจารณาออกไปพิจารณาในสมัยประชุมหน้า ดังนั้น หากเครือข่ายองค์กรประชาชนต้องการเสนอข้อมูลใดที่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขอให้นำไปเสนอกับสภาฯ ทั้งนี้ หากเครือข่ายองค์กรประชาชนเห็นว่ากระบวนการในเสนอร่างกฎหมายไม่เป็นธรรม หรือหากเห็นว่าเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังไม่เหมาะสม ขอเสนอให้เครือข่ายองค์กรประชาชนรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายที่เห็นว่าเหมาะสมเข้ามาประกบกับร่างของรัฐบาล ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอร่างกฎหมาย.-สำนักข่าวไทย

อ่านต่อที่ : เครือข่ายองค์กรประชาชนร้องสภาเลื่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ

16:06 น. ดารา-นักร้อง บุกสภาให้กำลังใจนายกฯปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

16:06 น. ดารา-นักร้อง บุกสภาให้กำลังใจนายกฯปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ

7 พค. 2552 16:06 น.

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ภาคเอกชน (ปปท.) นำโดย เสี่ยเจียง หรือ นายสุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ กรรมการและผู้อำนวยการสายงานกฎหมายและปราบปราม บริษัท จัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด ในเครือ บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้นำกลุ่มศิลปินวง
อ่านต่อที่ : 16:06 น. ดารา-นักร้อง บุกสภาให้กำลังใจนายกฯปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ

รมว.คลังหวังโรดโชว์สิงคโปร์เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติกลับไทย พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in เศรษฐกิจ.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

รมว.คลังหวังโรดโชว์สิงคโปร์เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติกลับไทย

รมว.คลังหวังโรดโชว์สิงคโปร์เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติกลับไทย

สิงคโปร์ 7 พ.ค. – นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมงาน ASIAN STARS ROADSHOW ซึ่งจัดโดย Bank of America และ บริษัท Merrill Lynch ( เมอร์ริลลินซ์) ครั้งที่ 3  ที่ประเทศ สิงคโปร์ โดยในงานโรดโชว์ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พบปะ หารือ และกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยภายใต้การนำของรัฐบาล” กับผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนที่มีชื่อเสียงจำนวนมากประมาณ 1,000 คน ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจำนวน 2-3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐที่สนใจการลงทุนในประเทศเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย เช่น  Templeton Asset Management  เป็นต้น  และมีการหารือในลักษณะ one on one ซึ่งการโรดโชว์ในครั้งนี้ มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมพบปะกับผู้จัดการกองทุนต่าง ๆ ด้วย เช่น CPF , CP All , BANPU, PTT  THAI , TTA , ปตท.เคมีเคิล และ พรีเชียส ชิปปิง

นายกรณ์ กล่าวว่า จากการที่ได้หารือกับผู้จัดการกองทุนในลักษณะ one on one ได้ชี้แจงมีทั้งสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา และนโยบายการลงทุนของรัฐบาล โดยนักลงทุนสอบถามประเด็นทางการเมือง เพราะเกรงว่านโยบายของรัฐบาลอาจจะสะดุด หากการเมืองในประเทศไทยต้องมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ได้ยืนยันว่าแผนปฏิบัติการลงทุนของรัฐบาล ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่มีมูลค่าการลงทุน 1.4 ล้านล้านบาท จะได้รับการสานต่ออย่างแน่นอน ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนจะเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555  เน้นโครงการชลประทาน ขนส่ง การศึกษา เป็นโครงการเชิงบวก  ที่เกิดประโยชน์กับประชาชน ซึ่งตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 400,000 ล้านบาท  และพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 400,000 ล้านบาท มีระยะเวลากำหนดที่ต้องเร่งรีบดำเนินการภายในปีนี้ โดยโครงการที่จะเริ่มดำเนินการภายในปีนี้มีมูลค่าประมาณ 2.5 แสนล้านบาท และโครงการที่จะดำเนินการภายใน 1 ปี อีก 1 ล้านล้านบาท

“นักลงทุนที่มาครั้งนี้มีอิทธิพลต่อเครือข่าย ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นใจในเศรษฐกิจภาพรวม การโรดโชว์ในครั้งนี้คาดหวังว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวว่า นักลงทุนไม่ได้กังวลเรื่องการระดมเงิน หรือภาระหนี้ของรัฐบาล เพราะประเทศไทยมีสภาพคล่องทางการเงินส่วนเกินสูงถึง 1.5-2 ล้านล้านบาท และช่วงเวลานี้เหมาะสมที่สุดของการลงทุน เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ น้ำมันราคาถูก ซึ่งโครงการลงทุนต่าง ๆ จะสร้างงานได้ถึง 1.6  แสนคน ถึง 2 ล้านคน และจะมีผลต่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง

นายกรณ์ ยังได้ตอบคำถามของสื่อมวลต่างประเทศ เช่น รอยเตอร์ บลูมเบิร์ก ถึงภ
วะเศรษฐกิจไทยในปี 2552 ว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ติดลบร้อยละ 3.5.-สำนักข่าวไทย

อ่านต่อที่ : รมว.คลังหวังโรดโชว์สิงคโปร์เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติกลับไทย

จีนเตือนฝรั่งเศสไม่ให้ทำผิดพลาดเกี่ยวกับทิเบตอีก พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in ต่างประเทศ.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

รบ.ขอความร่วมมือส่วนราชการสร้างข่าวดี-ฟื้นความเชื่อมั่น พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in ข่าวด่วน.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

รบ.ขอความร่วมมือส่วนราชการสร้างข่าวดี-ฟื้นความเชื่อมั่น
หน้าแรกผู้จัดการ Online | เกาะติดสถานการณ์

เกาะติดสถานการณ์ การเมือง

ShowMemberLite()

รบ.ขอความร่วมมือส่วนราชการสร้างข่าวดี-ฟื้นความเชื่อมั่น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 พฤษภาคม 2552 16:14 น.

       นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกับหัวหน้าส่วนราชการ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในหัวข้อ การเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยว่า จากวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก รัฐบาลมีภารกิจในเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย และต้องนำความเป็นสยามเมืองยิ้มกลับคืนมา โดยแนวทางการสร้างความเชื่อมั่น ตนได้รับมอบหมายให้ดูแล และได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ โดยสร้างข่าวดี และความเชื่อมั่นในประเทศ ขยายไปสู่สังคมโลก ให้รับรู้ร่วมกันจะมีกิจกรรมโครงการหลายอย่าง โดยมีสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศเป็นหลัก และขอให้ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมด้วย
        รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสร้างข่าวดีต้องครอบคลุมทุกจังหวัด ตำบล หมู่บ้าน ต้องมีการรวมพลัง ดังนั้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการประชาสัมพันธ์ สำหรับช่องทางการใช้สื่อนั้น ขณะนี้มีสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ของส่วนกลาง และมีศูนย์ของกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ และต่อไปจะมีการเปิดสถานีโทรทัศน์ภูมิภาค ศูนย์ละ 1 ช่องเฉพาะของตัวเอง นอกจากนี้ วิทยุชุมชน เอสเอ็มเอส ของกรมประชาสัมพันธ์ และเว็บไซต์ต่างๆ

อ่านต่อที่ : รบ.ขอความร่วมมือส่วนราชการสร้างข่าวดี-ฟื้นความเชื่อมั่น

ฮิปโปสวนสัตว์อิสราเอลโชคร้ายตายขณะผ่าตัดทำหมัน พฤษภาคม 13, 2009

Posted by 1000thainews in ต่างประเทศ.
Tags: , , , , , , , , , , ,
add a comment

ฮิปโปสวนสัตว์อิสราเอลโชคร้ายตายขณะผ่าตัดทำหมัน

ฮิปโปสวนสัตว์อิสราเอลโชคร้ายตายขณะผ่าตัดทำหมัน อิสราเอล 7 พ.ค.-ฮิปโปโปเตมัสที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งในอิสราเอลโชคร้าย ตายขณะเจ้าหน้าที่กำลังผ่าตัดทำหมัน

ปัญหาจำนวนฮิปโปที่สวนสัตว์รามัต กัน ซาฟารี พาร์ก ใกล้กับนครเทลอาวีฟของอิสราเอล เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ต้องตัดสินใจทำหมันให้กับบรรดาฮิปโป ส่งผลให้ "เจ้าลีเบอร์" ฮิปโป วัย 5 ปี ต้องตายในขณะที่สัตวแพทย์กำลังผ่าตัดทำหมัน เนื่องจากแพ้ยาสลบ เจ้าลีเบอร์หยุดหายใจไปเฉย ๆ แม้สัตวแพทย์พยายามปั๊มหัวใจให้แต่ก็ไม่สำเร็จ

ปัจจุบันสวนสัตว์แห่งนี้มีฮิปโปอยู่ ราว 40 ตัว ถือว่ามากที่สุดในโลก เจ้าหน้าที่เกรงว่าหากปล่อยไว้จะเพิ่มจำนวนจนรับไม่ไหว นอกจากนี้ ฮิปโปอาจหันมาต่อสู้กันเอง ขณะที่การแก้ปัญหาส่งฮิปโปไปให้สวนสัตว์ต่าง ๆ ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากสวนสัตว์แต่ละแห่งต้องการฮิปโปไม่เกิน 2 ตัว.-สำนักข่าวไทย

อ่านต่อที่ : ฮิปโปสวนสัตว์อิสราเอลโชคร้ายตายขณะผ่าตัดทำหมัน